• เรื่องที่ไปที่มาของผู้บริหารบ้านเรามันเหมือน ๆกันหมดนั่นแหละ โดยเฉพาะพวกมหาวิทยาลัยที่เติบโตมาจากโรงเรียน  พวกนี้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการเก่ามาก่อน  ยังสลัดความคิดแบบกระทรวงศึกษาไม่ออก  พวกกระทรวงศึกษานี่  ผู้บริหารเป็นแล้วต้องเป็นตลอดชีวิต  เช่นราชภัฏ  ราชมงคล นี่ อธิการส่วนใหญ่เขาไม่ยอมลงจากตำแหน่งหร็อก  เป็นที่นี่ไม่ได้  ก็ไปเป็นที่อื่นต่อ  แม้กฎหมายเขียนไว้ว่าให้เป็นได้แค่สองสมัยต่อเนื่อง เขายังตีความกันว่าหมายถึงสองสมัยในที่เดียวกัน 
  • ระบบการสรรหาอธิการบดีของมหาวิทยาลัยพวกนี้ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พวกผู้ที่เป็นผู้บริหารอยู่ก่อนแล้ว  คนใหม่ ๆที่ยังไม่เคยเป็นผู้บริหารมาก่อน  ถ้าอยากจะเป็นผู้บริหารก็ต้องทำตัวให้ระบบเก่าเขายอมรับได้จึงจะมีโอกาส  ถ้าจะทำตัวแปลกแยกออกไปไม่มีโอกาสได้เกิด  wasawatdeemarn กำลังคิด กำลังหวังในสิ่งที่ไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง
  • คนที่เข้าไปเป็นผู้บริหารเดี๋ยวนี้ หรือว่าเดี๋ยวไหนในบ้านเมืองเรา หรือที่ไหน ๆมันเป็นพวกที่แสวงหาประโยชน์  การบริหารกับการเมืองมันเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก โดยเฉพาะในหน่วยงานที่เป็นของรัฐ  เมื่อมันเป็นเรื่องการเมือง ประโยชน์สุขจะเกิดแก่ส่วนใหญ่หรือส่วนรวมได้ คนส่วนใหญ่ต้องเข้ามามีส่วนร่วม  คนส่วนใหญ่ต้องมีอำนาจและต้องเข้ามาใช้อำนาจของตนในการตัดสินใจเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ได้เสียของตน บ้านเราคนส่วนใหญ่ไม่มีอำนาจ  ไม่สนใจใช้อำนาจ ปล่อยให้คนหยิบมือเดียวที่เคยมีอำนาจจากระบบเก่าบรรเลงอยู่เพียงฝ่ายเดียว  ผลมันจึงเป็นอย่างนี้
  • ตัวอย่างตำแหน่งงอธิการบดีในมหาวิทยาลัยราชภัฏ มาได้โดยวิธีการสรรหา  ผู้มีอำนาจตัดสินใจเรื่องนี้คือสภาฯ เพื่อให้ดูว่าเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องให้ครูบาอาจารย์ และบุคลากรลงคะแนนเสียงสนับสนุนผู้ที่สมัคร  แล้วเอา  3 คนแรกที่ได้รับคะแนนนิยมสูงไปให้สภาฯเลือก  ซึ่งสภาอาจเลือก หรือไม่เลือกก็ได้  โดยทั่วไปสภาจะเลือก  ซึ่งจะเลือกใครก็ได้ 1 ในสามคนนั้น  วิธีการอย่างนี้เป็นที่ยอมรับของคนในราชภัฏ ทั้ง ๆที่วิธีการแบบนี้เป็นวิธีการที่ฉ้อฉลสุด ๆ  ทั้งนี้ เพราะว่าระบบนี้ให้อำนาจเด็ดขาดแก่สภาฯ  โดยหลักการกล่าว่า สภาฯคือตัวแทนอันชอบธรรมของคนที่มีส่วนได้เสียทั้งหมด  ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่จริง  (กล่าวได้ว่า ในบ้านเรา พวกกรรมการของสถาบันการศึกษาต่าง ๆไม่ใช่ตัวแทนอันชอบธรรมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เช่นคณะกรรมการสถานศึกษา  คณะกรรมการเขตพื้นที่ฯ  สภามหาวิทยาลัย) ในความเป็นจริง  สภาฯเป็นกลุ่มบุคคลที่ผู้บริหารขุดเก่าเป็นคนแต่งตั้ง  ดังนั้นสภาฯจึงเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจของผู้บริหารกลุ่มเดิมของมหาวิทยาลัย  ระบบแบบนี้จึงนำมาซึ่งความเสื่อมศรัทธาของครูบาอาจารย์ และบุคลากรภายในสถาบันนั้น 
  • สิ่งที่เราควรสนใจก็คือ สภาฯกำมะลอนั่นต่างหาก ถ้าสภฯมาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างชอบด้วยหลักการ  ก็จะนำมาซึ่งความชอบธรรมและความยุติธรรม  ในบ้านเราคนส่วนใหญ่ไม่สนใจไม่สนใจ แสวงหา รักษา และใช้อำนวจของตน  ครูบาอาจารย์ในสถาบันไม่ได้สนใจที่จะทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้  ประชาชน ซึ่งหมายถึงชาวบ้านทั้งหลาย  ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงยิ่งไม่เคยสนใจเลย  ชาวบ้านเองไม่มีการรวมกลุ่ม  ไม่มีองค์กร  จึงไม่มีตัวแทนจากฝ่ายต่าง ๆที่หลากหลายถ้วนทั่ว  เวลามหาวิทยาลัยจะแต่งตั้งกรรมการสภาฯ  ผู้บริหารชุดเดิมจึงเลือกหยิบเอาตามความชอบใจ สภาฯจึงประกอบด้วยคนที่จะยอมเป็นเครื่องมือให้แก่ผู้บริหารที่ลากเขาเข้ามา  ส่วนใหญ่เราจะได้กรรมการสภาฯของมหาวิทยาลัยพวกนี้มาจากพ่อค้า และนักการเมือง  และด้วยสำนึกแบบ(ขี้)ข้าฯที่ฝังรากลึกมานาน เราจึงมักจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาว่า ประธานสภาฯมักจะเป็นคนใหญ่คนโตที่มาจากกรุงเทพฯหรือส่วนกลาง  ผู้บริหารมหาวิทยาลัยพวกนี้จะไม่เห็นหัวคนดีมีคุณธรรมในท้องถิ่นที่มหาวิทยาลัยตั้งอยู่เลย  ที่ไปที่มาของสภาฯแบบนี้ไม่มีใครติติง หรือหยุดยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้น  เมื่อไม่สนใจเรื่องสำคัญตรงนี้  แต่ไปสนใจลุ้นว่าใครจะได้เป็นอธิการบดี  แล้วมันจจะได้เรื่องอะไร เล่าโยม!!!!!
  • เพื่อนพ้องน้องพี่ของผมมีความเห็นกันว่า  บ้านเมืองเราปกครองแบบประชาธิปไตยไม่ได้หร็อก  เพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีความเป็นไท  แต่เป็น(ขี้)ข้าฯ  ในสังคมแบบนี้พวกแสวงหาประโยชน์มันจะอ้างประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของมันเสมอ  คนที่จะมุ่งประโยชน์แก่ส่วนรวมซึ่งก็มีอยู่บ้าง แต่มีจำนวนน้อยจึงไม่มีโอกาสเข้าไปทำงานให้แก่ส่วนรวม  ดังที่ "คนดีในสายตาของ wasawatdeemarn "พ่ายแพ้เกมการเมืองในคณะของตน เป็นต้น
  • อยากบอก wasawatdeemarn ว่า  ป่วยการที่เอาเรื่องเหล่านี้มาใส่ให้รกหัวรกใจ ทำหน้าที่ที่ตนเองมีอยู่ให้มีความสุขเถิด ถ้าจะสู้ไม่ใช่สู้กับพวกแสวงหาประโยชน์ แต่จะต้องสู้กับวัฒนธรรม(ขี้)ข้าฯที่ปกแผ่ครอบงำอยู่บนหัว(กระบาล)และหัวใจของคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้
  • ขอให้สุขเกษมเปรมใจ ประสบจตุรพิธพรชัยตลอดปีและตลอดไป เทอญ

 

                                                                    paaoobtong
                                                                        7/2/52
                                                                         6:09