Implication
:
ในบทบาทการปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง
(APN)
มีบทบาทหน้าที่หลายบทบาทด้วยกัน
จึงอาจเกิดความขัดแย้งได้ในสถานการณ์ ดังนี้
1.
ความขัดแย้งเกี่ยวกับระบบงาน ( professional –
bureaycratic conflict
)เป็นข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นขณะปฏิบัติงาน
ซึ่งเป็นผลมาจากความคาดหวังด้านมาตรฐานและความรับผิดชอบของวิชาชีพที่ต่างกัน
ทำให้พยาบาลมีความขับข้องใจและเกิดความขัดแย้งขึ้นมาได้
2.
ความขัดแย้งระหว่างพยาบาลกับพยาบาล (nurse – nurse
conflict )
เป็นผลมาจากความแตกต่างระหว่างค่านิยมกับปรัชญา-การพยาบาลของพยาบาลที่ทำงานร่วมกัน
ซึ่งกระทบต่อการทำงานเป็นทีม
และนำไปสู่ปัญหาระหว่างพยาบาลที่ทำงานเดิมๆไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
กับพยาบาลที่มีความตื้นตัวต้องการให้มีการดูแลแบบ
Holitic care
ดังนั้นพยาบาลที่มีความคิดแตกต่างกับนี้จึงอาจมีความขัดแย้งในการมอบหมายงานหรือทำงานร่วมกัน
3.
ความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับพยาบาล (physician –
nurse conflict )
ซึ่งอาจเกิดจากความคาดหวังที่แตกต่างกันในการดูแลผู้ป่วย
ซึ่งแพทย์ก็จะมีรูปแบบของแพทย์โดยเน้นที่การักษา
ส่วนพยาบาลซึ่งในฐานะของพยาบาลขั้นสูงก็จะเน้นการดูแลแบบองค์รวม
และตามบทบาททั้งในด้านการส่งเสริม ป้องกัน
รักษาและฟื้นฟู
นอกจากนี้ความขัดแย้งอาจจะเกิดเพาระความไม่สมดุลของอำนาจที่เป็นประเพณีสืบต่อกันมาในระบบของแพทย์และพยาบาล
ดังนั้นในฐานะที่เราเป็น APN
จะต้องกล้าที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเพณีดังบนหลักการและความรู้ความสามารถที่เป็นที่ยอมรับได้
4.
ความขัดแย้งระหว่างผู้มารับบริการกับพยาบาล
(patient – nurse conflict )
มักเกิดขึ้นในลักษณะที่เป้าหมายในการดูแลของพยาบาลแตกต่างจากตัวของผู้ป่วยเอง
ซึ่งนอกจากนี้อาจเกิดจากการที่พยาบาลรับฟังผู้ป่วยค่อนข้างน้อย
มักมุ่งเน้นที่จะให้ผู้ป่วยต้องปฎิบัติตามคำแนะนำของตน
บทบาทของพยาบาล APN
จึงจะต้องมีการเข้าใจในตัวผู้ป่วยมากขึ้น
เน้นการส่งเสริมให้ผู้ปฎิบัติตนที่เหมาะสม
หาทางเลือกให้ผู้ป่วยได้
ตัดสินใจเองมากกว่าการออกคำสั่ง
จากปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
พยาบาลขั้นสูงจึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความสามารถในเรื่องการบริหารความขัดแย้ง
เพื่อนำไปสู่การไกล่เกลี่ยปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
และเพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นถูกแก้ไขหมดไป โดยอาจใช้กลยุทธ์ต่าง
ๆ ทั้ง การหลีกเลี่ยง การปรองดอง
การต่อสู้ การร่วมมือร่วมใจ
และการประนีประนอมหรือการเจรจาต่อรอง
ตามความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์