วันนี้ขออนุญาตนำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวกับประโยคคำถามหรือคำถามในภาษาอังกฤษแบบง่าย ๆ ที่เรา ๆ ท่าน ๆ สามารถสร้างสรรค์ได้ด้วยตนอง และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ อย่าง ง่าย ๆ
คำถาม หรือ ประโยคคำถามในภาษาอังกฤษ อาจแบ่ง ง่าย ๆ ได้ 2 แบบ คือ
1. คำถามที่ต้องการคำตอบเป็น yes(คือ อาการพยักหน้า) หรือ no (คือ อาการส่ายหน้า) มักเรียกว่า Yes/No question
อย่าไปแปลว่า yes = ใช่ หรือ no = ไม่ใช่ นะครับ เพราะถ้าแปลแบบนี้ล่ะก็ ยุ่งแน่ เช่น ถ้าถูกถามว่า Will you buy some fruits? (ซื้อผลไม้มั๊ยครับ) ถ้าตอบว่า Yes แล้วแปลว่า ใช่ คงตลกน่าดูนะครับ เพราะเขาถามว่าซื้อผลไม่มั๊ยครับ ถ้าเราจะซื้อก็ต้องตอบว่า ซื้อครับ ซึ่งก็คือคำว่า Yes นั่นเอง ตรงนี้ มิได้แปลว่า ใช่ แล้วนะครับ แต่แปลว่า ซื้อ ซึ่งก็คือ อาการพยักหน้ารับไงครับ ดังนั้นขออย่าไปแปลว่า
Yes = ใช่ หรือ No = ไม่ใช่ นะครับ
2. คำถามที่ต้องการคำตอบที่เป็นข้อมูลรายละเอียดหรือคำอธิบาย มักเรียกว่า Wh- question
Yes/No question มีลักษณะดังนี้
1. เวลาพูดมักจะลงท้ายด้วยเสียงสูง (เวลาเขียนจะลงท้ายด้วยเครื่องหมาย ?)
2. มักจะขึ้นต้นด้วยคำกริยาช่วย เช่น Is, Am, Are, Was, Were, Do, Does, Did, Will, Shall, Would, Should, Can, Could, May, Have, Has, Had
3. คำตอบมี 2 อย่าง คือ Yes กับ No ครับ
4. ถ้าในประโยคนั้นมีคำว่า or เราต้องเลือกตอบด้วยคำหรือข้อความที่อยู่ หน้า or หรือ หลัง or เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
มาดูตัวอย่างนะครับ
ถาม Are you Thai? (คุณเป็นคนไทยใช่มั๊ย)(คำว่าThai ให้ลากเสียงสูงนะครับ)
ตอบ Yes (เมื่อเป็นคนไทย) หรือ No (เมื่อไม่ใช่คนไทย)
ถาม Are you going to school? (คุณกำลังจะไปโรงเรียนใช่มั๊ย)(คำว่าschool ให้ลากเสียงสูงนะครับ)
ตอบ Yes (เมื่อกำลังจะไปโรงเรียน) หรือ No (เมื่อไม่ได้ไปหรือเมื่อจะไปที่อื่น)
ถาม Do you like a dog or a cat? (คุณชอบหมาหรือแมวครับ)(คำว่า cat ให้ลากเสียงสูงนะครับ)
คำถามนี้ไม่ต้องตอบ Yes หรือ No นะครับ เพราะมีคำว่า or ในประโยคครับ แต่ให้เลือกตอบคำว่า a dog ซึ่งอยู่หน้า or หรือ a cat ซึ่งอยู่หลัง or
ตอบ A dog (เมื่อคุณชอบหมา) A cat (เมื่อคุณชอบแมว)
วันนี้พอเท่านี้ก่อนนะครับ สงสัยประการใดซักถามได้ในนี้เลยนะครับ หรืออยากไปฟังเสียง สดๆ ก็ไปได้ที่ วิทยาลัยเทคนิคพิจิตร อาคาร 3 ชั้น 2 (086-449-4404) นะครับ