คุณ"นายขำ"ของผม

"ผลประโยชน์" มีความหมายดังที่คุณว่านั่นแหละ แม้ไม่เต็มร้อยก็ถือว่าใช่ ผมได้นิยามไว้ในบางแห่งในบล็อกเหล่านี้ว่า "ผลประโยชน์คือสิ่งที่ผู้นั้นต้องการ" เรายังไม่ได้เป็นผู้แทน แต่ "เราอยากเป็นผู้แทน" การได้เป็นผู้แทนก็เป็น"ผลประโยชน์"ของเรา ถ้าเราได้เป็นผู้แทนแล้ว "ตำแหน่งผู้แทนที่เราครองอยู่"ก็เป็น"ผลประโยชน์"ของเรา

ในเรื่องของปัญญาว่าเป็นแบบโลกียะหรือโลกุตระนั้น ปัญญาอย่างโลกียะ และอย่างโลกุตระ ต่างก็เป็น "สับเซ็ต"ของ"ปัญญา"

ในตัวอย่างเรื่องการคิดเลข ขณะที่เราคิดโจทย์เลขนั้น จัดเป็นพฤติกรรมในโลกแห่งปัญญา แม้ว่าในขณะนั้นเราจะใช้มือเขียนเลข(กาย) ตากลอกกลิ้งไปมา(กาย)ลำตัวกะดุกกะดิกไปมา มือไม้เกานั่นนี่อย่างไม่ได้ตั้งใจ(กาย) บางทีหงุดหงิดเพราะคิดไม่ออกหรือมีคนรบกวน(อารมณ์)บ้างก็ตาม ก็เป็นเพียงส่วนน้อย ส่วนใหญ่เป็นบทบาทการคิดของโลกทางปัญญา

ปัญญาทางโลกหรือโลกียะปัญญาเป็นปัญาที่คนใช้มันเพื่อรับใช้กายและอารมณ์ เช่นแพทย์และวิศวะที่ต้องใช้ปัญญาค่อนข้างสูง แต่ถ้าผู้นั้นมุ่งหวังที่จะออกไปหาเงินลูกเดียว ก็จัดเข้าเป็นพวกใช้ปัญญารับใช้กายและอารมณ์ เป็นโลกียะปัญญา แต่ถ้าพวกเขามุงหวังที่จะช่วยคนมากกว่าหาเงิน ว่างก็ใช้ปัญญาของคนค้นคิดยาขนานใหม่ วิธีผ่าตัดใหม่ๆ เพื่อให้คนพ้นทุกข์ทรมานจากการปว่ยไข้โดยไม่ได้คิดนำผลนั้นไปหาเงินให้พอกพูน ก็เปนโลกุตระปัญญาได้

"การคิด"ใดๆถ้าไม่ไปรับใช้กายและอารมณ์แล้ว ก็ถือเป็นโลกของปัญญาได้ แต่ผมพยากรณ์ว่า มีความน่าจะเป็นน้อยมากกับพวกบริเวณน้อยกว่า +1SD ลงไป และมีความน่าจะเป็นสูงกับพวกแถบ +1SD ขึ้นไป

ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว