สำหรับที่อยู่ของคุณหมอหวลนั้น ตอนนี้ท่านไม่ค่อยรักษาให้ใครแล้ว ท่านปล่อยวางเรื่อง "เอกลาภ" คือ รายได้ เงิน ทอง ตอนนี้ท่านได้แต่สอนลูกศิษย์เพื่อเก็บและรักษาวิชานี้ไม่ให้สูญหายไป ช่วงก่อนท่านก็มาพักอยู่ที่วัดหลายวัน เพื่อรักษาโรคให้พระบ้าง สอนลูกศิษย์บ้าง

ส่วนเรื่องการส่งเรื่องให้กับผู้รับผิดชอบโครงการนั้น ต้องขอดูว่าเป็นโครงการอะไรก่อนเน๊อะ เพราะครูภูมิปัญญาไทยหลาย ๆ ท่านถูกนักวิชาการถูกหลอกไปเพื่อทำผลงานให้กับข้าราชการเยอะ งานนี้ต้องจริงใจและจริงจัง

 

ในเรื่องของการรักษา ถ้าลงลึกในรายละเอียดนั้นคงจะบอกไม่ได้ชัดเจนเพื่อเรารักษาไม่เป็น แต่ถ้าหากบอกลำดับขั้นการรักษาและสิ่งที่หมอบอกกับคนไข้ไว้ก็พอจะได้

ตอนแรกท่านก็เช็คฟิล์มเอ็กซเรย์และพูดคุยกับลูกศิษย์ของท่านจากนั้นก็จึงวินิจฉัยโรคและบอกว่า "รักษาได้"

หลังจากที่คนไข้มาท่านก็ให้นั่งหันหลังจากนั้นก็เริ่มนวดบริเวณกระดูกสันหลัง (ไม่ทราบวิธีนวด) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หินปูนส่วนที่เป็นปัญหาก็หลุดออกไป (สามารถตรวจสอบได้จากมือสัมผัส)

จากนั้นท่านก็ให้หาผ้ามาผืนหนึ่งมัดรอบเอว (ต่ำกว่าชายโครง) ไว้ให้แน่นพอสมควร เพื่อกระดูกสันหลังไม่ให้เขยื้อน

ท่านอธิบายว่า กระดูกสันหลังที่โก่งและงอตัวออกมาด้านหลัง ตอนนี้ท่านดันกลับเข้าที่ไปแล้ว แต่มีเอ็นเส้นหนึ่งที่ยืดออกเพราะเจ้าหินปูนที่เกาะอยู่ ตอนนี้หินปูนหายไปแล้วเอ็นเส้นนั้นจึงหย่อน ยังไม่เข้าที่ ดังนั้น ถ้าหากไม่รัดผ้าไว้เวลาก้มลงหรือขยับตัวแรง ๆ กระดูกสันหลังข้อนั้นก็จะหลุดออกมาอีก เพราะเอ็นยังไม่ตึงตัวกลับเข้าที่เดิม ต้องรอให้เอ็นยึดตัวกลับให้เหมือนเดิม ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7 วัน

ต้องรัดแบบนี้ตลอด เวลานอนก็ต้องรัด ถอดออกได้ตอนอาบน้ำ แต่ก็ให้ระวัง "ห้ามก้ม" หรืองอหลังถ้าจะนั่งต้องนั่งตรง ๆ ห้ามยกของหนัก

แล้วท่านก็ให้ยามาทา (ไม่ทราบสูตร) ขนาดที่ทาปริมาณเท่าเหรียญบาท ทาเฉพาะที่เคยมีเจ้าหินปูนนั้น

การรักษาในวันนั้นท่านบอกว่ารักษาได้ประมาณ 85% ที่เหลือต้องนวดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ถึงจะสมบูรณ์

ส่วนค่ารักษา "ไม่เสียเงิน" เพราะทั้งเราและพระองค์ที่ป่วยไม่มีสตางค์อยู่แล้ว (พระที่นี่ไม่จับสตางค์)

ตอนนี้เราก็พยายามถามพระองค์ที่ป่วยเรื่อย ๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง...?

ท่านก็บอกว่าดีขึ้น แต่อึดอัดตอนที่รัดผ้า เราก็เลยบอกว่า อึดอัดตอนรัดผ้าก็ยังดีกว่าต้องมานอนเดี้ยงหลังจากโดนผ่าตัดหลัง

สำหรับอาการที่ยังไม่หายดีนั้น ก็เนื่องจากตอนนี้หมอหวลกลับกรุงเทพฯไปแล้ว จึงไม่สามารถรักษาในส่วน 15% ที่เหลือ ท่านนัดให้พระองค์นี้ลงไปที่กรุงเทพฯ เพื่อท่านมีเวลาว่างจะได้เข้ามารักษาต่อให้หายสนิท แต่ก็ยังไม่ได้ลงไป

ท้ายที่สุดจะหายหรือไม่หายนั้นต้องตระหนักในคำพูดขององค์พ่อแม่ครูอาจารย์ที่เข้ามาหลังจากการรักษาเสร็จว่า "จะหายหรือไม่หายมันอยู่ที่กรรมด้วย ทำกรรมไว้เยอะมันก็ไม่หาย..."