สวัสดีครับ คุณสุญฺญตา

อ่านแล้วก็ชวนให้รำลึกประสบการณ์ของตัวเองครับ เมื่อเดือนที่แล้วครับ

ผมได้โต้เถียงกับหัวหน้าเรื่องงาน
เป็นเวลาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง
จำได้ว่าตอนนั้นอาการทางกาย
ที่ปรากฏก็คือ "หัวใจเต้นรัว"
อาการทางใจก็คือ "สติแตก"
อยากเถียงเอาชนะด้วยคิดว่า
เหตุผลของเราเหนือกว่า

แล้วเหตุการณ์ก็จบลงตรงที่
เราเป็นฝ่ายยอม ด้วยคิดว่า
ไม่มีประโยชน์ที่จะเอาชนะ
(เพราะอย่างไรก็ไม่มีทาง)

 

หลังจากเหตุการณ์จบ อาการทางใจ
ก็หายไป  แต่อาการทางกายสิครับ
มันยังคงทิ้งร่องรอยแห่ง "ความโกรธ"
เอาไว้อีกเป็นวันๆ

คืนนั้น...

ผมนอนหลับตามปกติ
แต่ตื่นขึ้นมากลางดึก
มันปวดแน่นบริเวณหน้าอก
คล้ายๆ เวลาออกกำลังกาย
แล้วกล้ามเนื้อมันขยายตัว

ผมมาอนุมานเอาเองว่า
หรือนี่คือ "ร่องรอยแห่งความโกรธ"
ที่ยังคงทิ้งไว้ ไม่หายไปง่ายๆ


หรือนี่คือ ฤทธิ์ของ "อะดรีนาลิน"
ที่หลั่งออกมาเพื่อให้เราต้องออกแรง
ต่อสู้ เพื่อปกป้อง "อัตตา"
อันเป็นที่รักและหวงแหนยิ่ง
ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่
บรรพบุรุษลิงของผม

ในเช้าวันรุ่งขึ้นผมจึงได้ไป
ออกกำลังกายเบาๆ
หลังจากนั้นก็รู้สึกว่า
ทุกอย่างก็ค่อยๆ ดีขึ้น
จนวันที่สอง ก็เข้าสู่สภาวะปกติ

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากความโกรธในครั้งนี้ก็คือ

โกรธครั้งใด ให้รีบหาทางบรรเทาโดยไว  ไม่เช่นนั้น พึงระวังปฏิกิริยาทาง
ร่างกายไว้ด้วย  เพราะมันจะทิ้งร่องรอย
และสร้างความปั่นป่วนไว้อีกนาน

สำหรับกรณีคุณสุญญตา
ผมเดาว่าน่าจะเครียดสะสม
เป็นเวลานานพอสมควร
อาการทางร่างกายจึงเกิดขึ้น

ซึ่งเมื่อถึงขั้นนี้ก็คงต้องอาศัย

การบำบัดทางกาย เช่น การนวดไทยเข้ามาช่วย

หรืออาจไปออกกำลังกาย เบาๆ
ยืดเส้นยืดสาย เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง
ก็น่าจะช่วยได้ครับ