อีกเรื่องหนึ่งที่อยากเขียนเพิ่มเติมก็คือ
จินตนาการของเด็กน้อยนั้น บรรเจิดกว่าที่เราจะเข้าใจมากนัก แม้เราจะเคยเป็นเด็กก็เถอะ... เราจะเข้าใจเขาแค่ไหน
เมื่อพูดถึงสุริยุปราคา หรือ สุริยคราสแล้ว เด็ก ๆ จะจินตนาการว่า ดวงอาทิตย์จะต้องมืดดำสนิท
บรรยากาศโดยรอบจะต้องมืดมนเหมือนกลางคืน ... นี่เป็นจินตนาการของเด็ก ๆ ที่ผมสัมผัสมาด้วยตนเอง
แต่สุริยุปราคาที่จะเกิดในวันที่ 26 มกราคมนี้ ในประเทศไทยจะเห็นดวงจันทร์ตัดหน้าดวงอาทิตย์แบบเฉียด ๆ ไปข้าง ๆ
ไม่ได้ตัดผ่านจุดศูนย์กลางดวงอาทิตย์ แม้ในขณะที่ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์มากที่สุด ในเวลาประมาณ 16:50 น.
ดวงจันทร์ก็จะบังดวงอาทิตย์แค่ประมาณ 20-25 % ของดวงอาทิตย์เท่านั้น หมายความว่า แดดยามบ่ายก่อน 5 โมงเย็น
นั้นก็จะไม่มืดไปเท่าไร แต่แดดจะอ่อนลงไปบ้าง สำหรับคนที่รู้ก็จะเห็นว่าแดดอ่อนลงไป แต่คนที่ไม่รู้ ก็จะไม่รู้หรอกว่าขณะนั้น
ได้เกิดสุริยุปราคาแล้ว เหมือนกับตอนที่เกิดในเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว คนที่ไม่รู้ข่าวสาร ก็ไม่มีทางรู้ได้เลย
ดังนั้น ขอความกรุณาคุณครู อธิบายให้เด็ก ๆ เข้าใจ และสนใจในการสังเกตการเคลื่อนตัวของดวงจันทร์ผ่านหน้าดวงอาทิตย์
จะดีกว่าที่เด็ก ๆ จะเฝ้ารอการมืดมนของท้องฟ้า ซึ่งในวันดังกล่าว ท้องฟ้าในประเทศไทยจะไม่สามารถมืดลงในขณะเกิดปรากฎการณ์ได้
ผลก็คือจะทำให้ เด็ก ๆ ผิดหวังกับการรอคอยท้องฟ้ามืดในเวลากลางวัน และไม่เห็นคุณค่าของการสังเกตการณ์ปรากฎการณ์ทาง
วิทยาศาสตร์แต่อย่างใด เพราะว่ามันผิดไปจากจินตนาการและมโนทัศน์ของเด็ก
เรามาช่วยกันรักษาจินตนาการของเด็ก ๆ ไม่ให้เขาผิดหวังในการสังเกตปรากฏการณ์
เพื่อความก้าวหน้าในอนาคตของนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อย ๆ เหล่านี้นะครับ