มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องมีการปฏิสัมพันธ์กันตลอดเวลา ไม่สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากการช่วยเหลือและการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ดังน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า สังคมที่ดีได้และมีความสามัคีกันนั้นการให้เป็นสิ่งที่สำคัญ การให้เวยใจจิตและบริสุทธิ์ไม่หวังสิ่งตอบแทน การช่วยเหลือกันภายในสังคมก็เป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถนำพาให้สังคมเป็นสุขได้ ประเพณีและวัฒนธรรมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยหล่อหลอมให้สังคมเป็นสังคมที่สงบสุข เช่นการไปร่วมพิธีกรรมในงานศพของผู้ตาย เป็นการให้ความช่วยเหลือทั้งทางร่างกายและจิตใจแก่ญาติผู้ที่เสียชีวิต ทางร่างกายเป็นการช่วยเหลือทั้งทางด้านแรงงาน ลดความยุ่งยากในการจัดการงานและพิธี ปัจจัยต่าง ๆ เช่น เงิน อุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดพิธี เป็นต้นที่จำเป็นที่ต้องใช้ในงานพิธีกรรมนั้น ทำให้เจ้าภาพในงานมีความสะดวกขึ้นสามารถจัดการงานอย่างอื่นที่จำเป็นได้มากขึ้นเนื่องจากมีเพื่อนบ้านได้แบ่งเบาภาระไปส่วนหนึ่งแล้วด้วย ส่วนทางด้านจิตใจบางครั้งการแสดงความเห็นอกเห็นใจไม่จำเป็นได้ให้ด้วยสิ่งของหรือเงินทองเสมอไปการให้กำลังใจและแรงใจขณะที่เจ้าภาพซึ่งกำลังเสียขวัญกำลังใจ การไปร่วมงานพิธีสามารถช่วยฟื้นฟูกำลังใจให้แก่เขาได้อีกทางหนึ่งเสมือนหนึ่งว่าการจากไปของบุคคลนั้นยังคงมีคุณค่า และทางญาติก็ได้รับการปลอบใจในระดับหนึ่งด้วยทำให้เขาสามารถต่อสู้ต่อไปได้
หากสังคมปัจจุบันคนในสังคมยังยึดมั่นในประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามและดำเนินชีวิตอยู่บนทางสายกลาง ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขแล้ว สังคมก็จะพัฒนาไปข้างหน้าและมีความสงบสุข