สวัสดีด้วยความคิดถึงน่าดูเลยค่ะพี่โอ๋

แอมแปร์แวะมาอ่านบันทึกนี้สามทีแล้วเพราะชอบจังเลย ชอบการช่วยเหลือดูแลกันด้วยน้ำใสใจจริงในทุกรูปแบบ  เพราะคิดว่าเห็นแบบนี้แล้วมีความสุขจัง

ของที่แอมแปร์อยู่ มีระบบอาจารย์ที่ปรึกษาแบบชัดเจนในคู่มือ แต่เบลอร์ๆตามอัธยาศัย ในทางปฏิบัติ  : )    : )   : )  ส่วนระบบนักศึกษาพี่เลี้ยงแบบประเทศนอกนี้ยังไม่มี  มีแต่แบบนักศึกษารุ่นพี่รุ่นน้องดูแลตามสายรห้สหรือจับบัดดี้อะไรทำนองนี้ ซึ่งก็เป็นวัฒนธรรมการช่วยเหลือดูแลกันนอกระบบ...แบบไทยประยุกต์  ที่เด็กๆเขาก็ทำกันมาเป็นวัฒนธรรมต่อเนื่องมาได้อย่างยาวนาน    แต่ยังไม่สามารถจัดเข้าระบบประกันคุณภาพสากลได้  เพราะตัวชี้วัดยังไม่แน่ชัด   และ"ยังไม่ค่อยเป็นระบบ"

แปลว่า ยังไม่มีขั้นตอนที่แน่ชัด  ไม่มีเจ้าภาพรับผิดชอบที่ชัดเจน และยังไม่ได้รับการบรรจุเข้าไปในขั้นตอนที่เป็นทางการขั้นตอนหนึ่งในการดูแลคน ตามระบบของมหาวิทยาลัย 

แอมแปร์ชอบเรื่อง"ความเป็นระบบ"นี้จริงๆนะคะพี่โอ๋  เพราะทำให้เราถามหาตัวผู้รับผิดชอบและมองเห็นงานที่เขารับผิดชอบได้อย่างเป็นรูปธรรม  แต่กว่าจะสร้างอะไรให้เป็นระบบได้สักอย่างนี้..ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  ที่ยากไปกว่านั้นคือการ"ทำให้ผู้เกี่ยวข้อง"ได้มองเห็นความสำคัญ(อย่างลึกซึ้ง)ว่าอะไรบ้างที่ควรทำอย่างเป็นระบบ  และลงมือทำให้เกิดระบบนั้นขึ้นมาจริงๆ  

แปลว่า คงต้องเริ่มจากการที่ "ทางมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับบุคลากรที่เขามีทุกระดับ"   แบบที่พี่โอ๋เล่าไว้ในย่อหน้าท้ายๆของบันทึกนะคะ  

หลังจากที่แสดงความคิดเห็นยาวๆในบันทึกพี่โอ๋แล้ว  คาดว่าคืนนี้แอมแปร์จะนอนหลับฝันดี  เพราะได้อ่านเรื่องดีๆที่พี่โอ๋เล่าให้ฟัง และยังได้กลับไปคิดอะไรดีๆต่อได้เป็นอย่างยาวอีกด้วย 

จึงขอขอบพระคุณพี่โอ๋เป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ  : )   : )