สำหรับกรณีศาลปกครองสูงสุดรับฟ้องถอนสัมปทานเอื้อเทมาเส็ก หากวิเคราะห์ว่ามีการกล่าวถึงบริษัทชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นอย่างไร นั้น
ผมคิดว่า เนื่องจากบริษัทฯ ได้มีการทำสัญญาโอนหุ้นบริษัทฯ ให้กับทุนข้ามชาติเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์ เป็นผลให้มีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นและสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท ส่งผลให้นิติบุคคลต่างประเทศเข้าไปมีบทบาทในการแต่งตั้งกรรมการและสามารถกำหนดทิศทางการบริหารในบริษัทในเครือทั้งสามแห่งได้
ซึ่งมีโอกาสล่วงรู้ความรับเกี่ยวกับการสื่อสารของผู้ใช้บริการ และอาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายได้ในอนาคต รวมถึงอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศด้วย จึงเป็นที่มาของการฟ้องร้องคดี
ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ถึง
1.บริษัทฯ ดำเนินกิจการคลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และวิทยุโทรคมนาคม ที่ได้รับสัมปทานจากรัฐและเป็นสัญญาทางปกครองในรูปแบบของสัญญาสัมปทาน โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 40 กำหนดให้เป็นทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ
2.เป็นบริษัทมหาชน ซึ่ง การบริหารกิจการดีหรือไม่ดี จะมีผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก ไม่ใช่เฉพาะคู่สัญญา
3. กรณีบริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) ยังมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 39 วรรคห้าของรัฐธรรมนูญ ที่เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย
จึงเป็นที่มาของการรับฟ้องเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป