
นำบุญไปฝาก คนที่บ้าน
หลังจากที่เราได้สร้างบุญสร้างบารมีเรียบร้อยแล้วสิ่งที่จะทำให้เราได้บุญเพิ่มขึ้นอีกนั่นก็คือการนำบุญไปฝากคนที่บ้านวิธีการที่ง่ายๆดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่ผลที่เกิดขึ้นมากมายเกินประมาณ
วิธีการนำบุญไปฝากคนที่บ้านทำได้ง่าย ๆ
คือในระหว่างเดินทางกลับบ้านให้รักษาใจให้สดใสมีพลังอยู่ตลอดเวลา
จากนั่นให้ตั้งความเมตตาขึ้นมาเป็นอารมณ์ว่าเราได้สร้างบุญทำให้เรามีความสุขใจปีติใจถึงเพียงนี้เราอยากให้ทุกๆคนมีความสุขได้บุญอย่างเราบ้าง
เมื่อกลับไปถึงบ้านพบคนที่เรารู้จักก็กล่าวด้วยวาจาอันเป็นที่รักว่า “ไปทำบุญมาเอาบุญมาฝาก”หรือจะเป็นการเล่าเรื่องบุญที่ได้ทำให้ฟังก็ได้เพียงเท่านี้เราก็ได้บุญในส่วนที่ชื่อว่าปัตติทานมัยคือบุญสำเสร็จด้วยการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้อื่น
หากบุคคลนั้นเขาได้อนุโมทนาในส่วนบุญของเราคือกล่าวคำว่า “สาธุ”หรือรับรู้รับทราบมีใจพลอยยินดีตามเขาก็จะได้บุญในส่วนที่ชื่อว่าปัตตานุโมทนามัยบุญสำเร็จจากการอนุโมทนาส่วนบุญคือ
พลอยยินดีในบุญที่ผู้อื่นกระทำการนำบุญไปฝากคนที่บ้านก็จะส่งผลให้บรรยากาศรอบข้างมีแต่เรื่องบุญเรื่องบารมี
ทำให้ใจเกาะเกี่ยวอยู่ในบุญนอกจากจะเป็นการเพิ่มบุญให้กับตนเองแล้วยังทำให้คนรอบข้างได้บุญเพิ่มขึ้นไปอีกเท่ากับว่าเราได้ช่วยคนรอบข้างให้ปิดนรกเปิดสวรรค์และมีมรรคผลนิพพานเป็นเป้าหมายดังเรื่องต่อไปนี้
ในสมัยพุทธกาล
พระอนุรุทธเถระได้พบเทพธิดาองค์หนึ่งจึงถามว่าเธอมีผิวพรรณงามยิ่งนักมีรัศมีเปล่งปลั่งสว่างไสวไปทั่วทุกทิศขอเธอจงบอกเถิดว่านี้เป็นผลของกรรมใดเล่าเทพธิดานั้นตอบว่านางวิสาขาสหายของดิฉันอยู่ในกรุงสาวัตถีได้สร้างมหาวิหารถวายแด่สงฆ์ดิฉันได้เห็นอาคารและการบริจาคทรัพย์เป็นอันมากของเธอแล้วจึงเกิดความพึงพอใจและเลื่อมใสอย่างยิ่งได้อนุโมทนาบุญจากการสร้างวิหารนั้น
ดิฉันได้วิมานน่าอัศจรรย์นี้เพราะการอนุโมทนาบุญเพียงอย่างเดียวเท่านั้นวิมานนี้ลอยไปในอากาศเปล่งรัศมี 12 โยชน์ด้วยฤทธิ์ของดิฉันภายในมีสระโบกขรณีมีน้ำใสพื้นดารดาษไปด้วยทรายทองกึกก้องไปด้วยเสียงดนตรีวิมานน่าอัศจรรย์มีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศเช่นนี้บังเกิดขึ้นเพราะกุศลกรรมจากการอนุโมทนาบุญของดิฉัน (พระสุตตันตปิฏกขุททกนิกายวิมานวัตถุ)
จากตัวอย่างข้างต้น
การอนุโมทนาส่วนบุญจากการสร้างมหาวิหารยังทำให้ได้ทิพยสมบัติถึงเพียงนี้
หากได้อนุโมทนาบุญต่อปฏิคาหกผู้เป็นเนื้อนาบุญอันบริสุทธิ์จะได้รับอานิสงส์เพียงใด
ในสมัยพุทธกาล
ครั้งนั้นมีฝนตกหนักพระเถระรูปหนึ่งได้อาศัยกระท่อมของชาวนาคนหนึ่งนั่งเจริญวิปัสสนาจนได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์เมื่อชาวนากลับมาพบพระเถระจึงถามว่าใครอยู่ในกระท่อมของเราพระเถระจึงตอบว่าภิกษุผู้ปราศจากราคะมีจิตตั้งมั่นนั่งอยู่ในกระท่อมพระเถระจึงให้ชาวนาคนนั้นอนุโมทนาบุญจากการใช้สอยกระท่อมของตนชาวนาได้ฟังแล้วมีจิตเลื่อมใสจึงได้อนุโมทนาบุญ
ในขณะนั้นพระบรมศาสดาได้สดับเสียงการอนุโมทนาด้วยทิพพโสตจึงตรัสต่อชาวนานั้นประดุจประทับนั่งอยู่ตรงหน้าว่าด้วยผลที่ภิกษุผู้ไม่มีอาสวะอยู่ในกระท่อมของท่านท่านจะได้เป็นจอมเทพจอมจักรพรรดิและเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าในที่สุด (นำมาจากกุฏิวิหารีเถรคาถาพระสุตตันตปิฏกขุททกนิกายชาดกเอกนิบาต)
จะเห็นได้ว่า
การอนุโมทนาส่วนบุญยังได้รับผลอันไพศาลถึงเพียงนี้จะกล่าวไปใยถึงผลบุญของผู้ที่ได้กระทำบุญด้วยตนเองและได้นำส่วนบุญนั้นไปให้บุคคลอื่นได้อนุโมทนาบุญเล่า
ดังนั้น
การนำบุญไปฝากคนที่บ้านนอกจากจะทำให้ผู้นำบุญไปฝากได้บุญแล้วยังทำให้บุคคลรอบข้างผู้อนุโมทนาบุญได้ส่วนบุญไปด้วยจึงเป็นการช่วยปิดนรกเปิดสวรรค์ให้กับบุคคลรอบข้างและยังทำให้เขาได้บรรลุมรรคผลนิพพานในที่สุดการนำบุญไปฝากคนที่บ้านจึงเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆแต่ได้ผลมหาศาล
ช่วยให้คนรอบข้างได้พบกับความสุขความสำเร็จเช่นเดียวกับเรา อานิสงส์ของการนำบุญไปฝากคนที่บ้าน
- ทำให้บุญหล่อเลี้ยงกาย
- วาจาใจตลอดการเดินทางกลับบ้าน
- ทำให้อกุศลไม่ได้ช่องไปทำความชั่วด้วยกายวาจาใจ
- ทำให้เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย
- เมื่อละโลกไปได้ไปสู่สุคติภูมิ
- ทำให้อารมณ์สบายซึ่งเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติธรรม
- ทำให้วางไว้ที่กลางกายง่ายและได้บรรลุธรรมในที่สุด
ที่มา
: http://www.dmc.tv/blog/?p=194