องค์การทุกๆองค์การไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ระดับครัวเรือนหรือระดับชาติทั้งในและนอกประเทศ จนถึงสภาวะทุกอย่างในโลกนี้ ขึ้นอยู่กับคำว่า "นโยบายและแผน" จะเป็นเรื่องใหญ่และสำคัยมากเมื่อทุกอย่างถูกกำหนดให้เป็นนโยบายและแผนขึ้นมาแล้วต้องชี้นำและกำหนดทุกอย่างเพื่อให้ดำเนินการตามแผนองค์การนั้นๆ
ดังนั้นทุกอย่างในประเทศไทยที่ลองผิดลองถูกเสียหายอยู่ทุกวันนี้ ดิฉันเข้าใจผิดหรือเปล่าวคะ ว่าเป็นการวางนโยบายและแผนเพื่อสู่การปฏิบัติของคนในชาติผิด หรืออยู่ในระบบ ขั้นตอนใด.....เรามาช่วยกันหาปัญหา....งงงงงง....ใครจะช่วยคุณ.. ก็เนื้อหาความรู้ที่คุณนำมาเสนอนั้นมันเป็นความรู้ที่คนในชาติและองค์การที่พัฒนาแล้วจะทำได้และเป็นองค์การที่มีการวางระบบนโยบายและแผน ที่ทุกเครือข่ายของคุณจะต้องเป็น E-Knowledge แน่นอน Data จะถูกจัดเก็บด้วยระบบอยู่แล้วพร้อมใช้เมื่อใช้นิ้วกด - Enter
สิ่งสำคัญเรามาช่วยกันคิดดีกว่า...... คุณจะคิดหรือไม่ก็ได้.....
ถ้าเราเป็นนักนโยบายและแผนเราจะวางแผนอย่างไรให้องค์การ(ทางการศึกษา)ผลิตคนในชาติอีก 5 - 10 ปี คนจะไม่ตกงานและมีความสามารถที่ตรงกับงานที่นายจ้างต้องการทั้งภายในและภายต่างประเทศ.....และที่สำคัญ....Competencyของผู้ที่จะมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและแผนทางการศึกษาน่าจะเป็นอย่างไรจึ้งจะสามารถแก้ปัญหาระดับชาติอย่างนี้ได้......ตายและเกิดใหม่จะคิดออกหรือ! ...
จริงๆ ดิฉันว่าเราน่าจะฝึกคิดอย่างนี้และหาอาชีพและตำแหน่งที่สำคัญๆ ของประเทศและสร้าง Loop เป็นโจนย์ปัญหาที่ต้องแก้เพื่อฝึกให้คนในชาติมีนิสัยปฏิบัติเป็นประจำในการดำเนินชีวิตที่จะต้อง
การจัดการความรู้ ที่มีอยู่ในตัวและองค์กรเป็นทั้งความรู้ประสบการภายในภายนอกที่ต้องการและจำเป็นและนำความรู้ดังกล่าวมาบริหารจัดการเพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและองค์กร และนำข้อมูลที่เป็นความรู้เหล่านี้จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่าฐานความรู้ (knowledge based )(Marquardt 2002, p.247 )อย่างเป็นระบบที่มีการจัดการความรู้ องค์ประกอบของระบบการจัดการที่จะต้องเอื้อ/เป็นผล/เกี่ยวเนื่องโดยมีด้วยกัน 6 ด้าน ซึ่งขับเคลื่อนไปพร้อม ๆกันแต่ ไม่มีการจัดลำดับเป็นอิสระต่อกัน Michael J. Marquardt (2002, pp, 143-169, 246-247 ) 6 ด้าน ดังนี้
1. การแสวงหาความรู้ บุคคลทุกคนจะต้องรู้จักการรวบรวมข้อมูล(data) และข้อมูลสารสนเทศ (information) จากภายในและภายนอกองค์กรอยู่เสมอ
2. การสร้างความรู้ คิดและสร้างความรู้ใหม่ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการต่างๆ ตั่งแต่นวัตกรรม(innovation) ไปจนถึงการวิจัยที่ทำอย่างละเอียดประณีต และยังรวมถึงการเชื่อมโยงความรู้เดิมด้านต่างๆ โดยใช้วิธีการอุปนัยที่ซับซ้อน
3. การจัดเก็บความรู้ dataทุกอย่างที่ผ่านการinformation)จนเป็นความรู้ต้องจัดทำรหัส(coding) และรักษาคามรู้ที่มีค่าของของตนเองและขององค์กรเพื่อบุคคลในครอบครัวหรือให้สมาชิกขององค์กรได้รับทราบและสามารถเข้าถึงความรู้นี้โดยทุกเวลาและทุกสถานที่
4. การวิเคราะห์ความรู้และคัดกรองข้อมูล ความรู้ต้างๆการจะนำมาใช้เพื่อตัดสินใจเพื่อเก้ปัญหาจะต้องมีเทคนิคในการวิเคราะห์ข้อมูลรวมทั้งการประติดประต่อ(reconstructing) การยืนยันความถูกต้องของข้อมูล(validating) และการจัดทำรายการหรือจัดระเบียบข้อมูล(inventorying)การคัดกรองข้อมูลจะช่วยให้บุคคลและองค์กรใช้ประโยชน์จากข้อมูลความรู้นั้นๆได้อย่างถูกต้อง
5. การถ่ายโอนและเผยแพร่ความรู้ การที่บุคคลครอบครัวสังคมองค์กรประเทศใดทุกๆคนมีความรักมีความเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือและปกป้องภัยอัตตรายต่างๆสามารถไว้ใจซึ่งกันและกันทุกๆคนช่วยหรือกันเพื่อไม่ให้เกิดการลงทุนและศูนย์เสียทรัพยากรของประเทศอย่างซ้ำซ้อนในการลองผิดลองถูก มีระบบการทำให้สารสนเทศและความรู้กระจายไปให้ทั่วถึงทั้งบุคคลและองค์กรโดยผ่านช่องทางระหว่างบุคคลและช่องทางที่ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามได้รับความรู้ข่าวสารที่เป็นจริงและถูกต้องทุดคนเหมือนๆกัน ประชาชนทุกคนในประเทศจะเกิด
6. การประยุกต์ใช้และปรับความรู้ที่ได้รับให้ทันสมัยอยู่เสมอพร้อมทั้งใช้และการประเมินความรู้ด้วยตนเองและหรือโดยจากสมาชิกในองค์กรและเกิดการหมุนเวียนการใช้ประโยชน์จากความรู้ที่ได้รับอย่างสร้างสรรค์ตามความรู้และประสบการณ์ที่มีแต่ละคนได้ใช้และทดลองบอกต่อๆกันจนเป็นความรุ้ที่มีคุณค่าของบุคคลและองค์กร
สรุปการที่บุคคลและองค์การและประเทศจะสามารถพัฒนาคนได้ตาม 6 ด้านนี้ นักนโยบายและแผนจะวางแผนและระบบเพื่อสู่การปฏิบัติอย่างไรเพื่อยกระดับทุนมนุย์ทุนทางสังคมของประเทศ.....ตอบด้วยนะคะจะเป็นได้ความรู้ของคนอื่นๆต่อไป....
ผกาพันธ์