ขอบคุณดร.จีระและดร.มัทนาที่เชิญผม ผมเป็นอาจารย์พิเศษจากสวีเดน ผมอยู่ในเมืองไทยมาถึงปัจจุบันกว่า 10 ปี เลยรู้สึกเหมือนเป็นลูกครึ่งไทยไทยและยินดีที่ได้มาร่วมงานนี้กับทุกท่านที่นี่ ผมอยากจะเสริมดร.จีระเกี่ยวกับการเรียนรู้ในประเทศไทย ผมสังเกตเห็นว่า การนำเสนอของนักศึกษาดีมาก เราเริ่มด้วยการบริหารความเปลี่ยนแปลง ในต้นปี 1990 ในสวีเดน เรามีวิจัยจากมหาวิทยาลัยกูเตนเบิร์กว่า เราจะมีวิธีอย่างไรในการผสมผสานจิตวิทยา เทคโนโลยี และวิชาอื่นๆในยุคที่สำคัญมากนี้ สวีเดนเคยประสบปัญหาวิกฤติร้ายแรงในต้นปี 1997 เมื่อฟังการนำเสนอของพวกคุณ ผมเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่เราพยายามทำ มันเกือบจะเป็นสิ่งเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่สำคัญ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงด้วยอัตราเร็วขึ้น คุณพูดถึงโลกาภิวัตน์ เทคโนโลยี และอื่นๆมันเร็วขึ้นแต่คำสำคัญที่ผมขอเน้นตรงนี้คือ การกระทำ จิตวิทยา ความปลอดภัย ภาวะผู้นำ การเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งเร็วขึ้น โลกกลายเป็นหมู่บ้าน ผมอยู่สวีเดนก็ติดต่อกับเพื่อนที่มะนิลา ผมอยากจะพูดถึงสิ่งที่เราเคยเจอสมัยนั้น โครงการเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงไม่ประสบความสำเร็จ เราพบความจริงข้อนี้ร่วมกับนักวิจัยชาวอเมริกันว่า โครงการแบบนี้มักล้มเหลว เพราะเป็นแบบจากบนลงล่าง เราพยายามจะทำงานกับวิธีการเปลี่ยนแปลงที่เน้นยุทธศาสตร์เป็นล่างขึ้นบน ถ้าเราไม่ให้คนมีส่วนร่วมในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการการเปลี่ยนแปลง หรือในช่วงแก้ปัญหา โครงการเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดปัญหา เราพูดถึงผู้ผลิตและผู้บริโภคการเปลี่ยนแปลง ผู้ผลิตคือ ผู้บริหาร ที่ปรึกษา ก็ได้แก่ ทุกคน มันเป็นวิธีการเปลี่ยนแปลงแนวดิ่ง เมื่อมาถึงยุทธศาสตร์การเรียนรู้ ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จในด้านองค์กรการเรียนรู้ เราต้องลดความกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง เพิ่มความสามารถในการจัดการกระบวนการการเปลี่ยนแปลง ต้องให้ผู้จัดการและพนักงานจัดการกับความผิดพลาดให้ได้ ต้องพยายามพัฒนาให้องค์กรเรียนรู้ตลอดเวลา นี่คือส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง เราต้องคุยกัน ในไทย แบบนี้ก็ได้ผล แม้วัฒนธรรมเราต่างกัน เราต้องนำมาใช้และรู้จักรอคอย อาจใช้วิธีต่างออกไปหน่อย คนอยากมีส่วนร่วม แต่อย่างไรก็ตาม เราก็มีความขัดแย้งในองค์กร นี่คือความจริง ผู้จัดการก็สำคัญต้องจัดการกับการเมืองภายในให้ได้ให้อยู่ในระดับที่จัดการได้ ต้องอาศัยข้อมูล การมีส่วนร่วม การมีความรับผิดชอบต่อสังคม ผมได้มีโอกาสทำงานกับนักเรียนไทย 4-5 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมให้พวกเขาไปเรียนต่อปริญญาโทที่สวีเดน บางคนหรือพ่อแม่ของเขาอยากให้แค่เรียนจบได้ปริญญากลับมา นี่คือส่วนของการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ผมต้องเตรียมพร้อมให้เขา ทุกวันความรู้มีมากและ เปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ คุณต้องเรียนรู้ไม่หยุด ใบปริญญาเป็นเพียงแค่ใบเบิกทางเท่านั้น เราจัดโครงการเตรียมตัวที่กทม.ในช่วงวันหยุด เราอยากให้เขามีส่วนร่วมในกระบวนการการเรียนรู้ เราเชิญเขาทำผลงานแล้วนำเสนอ ความท้าทายอยู่ที่ครู คุณต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะท้าทายครูเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ สรุปก็คือ เมื่อคนไทยไปสวีเดน ก็ไม่กล้าแสดงความเห็น ก็คล้ายๆกับวัฒนธรรมของสวีเดน แต่เราก็ทราบจากมหาวิทยาลัยของเราว่า หลังจากเข้าเรียนได้ 1-2 เทอม นักเรียนไทยก็พัฒนาขึ้นมากเรียนจบกลับมมาพร้อมปริญญาและได้เรียนรู้วัฒนธรรมการเรียนรู้อีกแบบ จากคนไทยที่ขี้อายก็กล้าแสดงออกและมีส่วนร่วมมากในกระบวนการเรียนรู้ จริงๆวัฒนธรรมไทยดีงาม ผู้คนเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ต้องมีการเตรียมความพร้อมให้รู้จักท้าทายการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ ผมชอบมากครับ ขอบคุณครับ