Q: ที่ว่า “ควรมียาและเครื่องมือฉุกเฉินให้พร้อมในห้องตรวจ “ อยากทราบว่าต้องมียาและเครื่องมืออะไรบ้าง เอาไว้ใช้กรณีใดบ้างคะ?A: ยาและเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใน ERset มีดังนี้ เรียกสั้นๆ ว่า ABCD มีรายละเอียดดังนี้คือ A=Airway เช่นพวก Larygophrynx Scope, ET tube ,ออกซิเจน Canular Mask, Monitor, DefibulatorB=Breath เช่น AmbuBag C=Circulation เช่น เครื่องเปิด IVD=Drug คือ พวกยาต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นAdrenaline ยาตัวนี้จะช่วยให้หัวใจเต้นเพิ่มขึ้น1. Atropine ทำให้ HR เพิ่มขึ้น2. Dextrose ส่วนใหญ่เมื่อผู้ป่วยหมดสติ dextrose ในร่างกายจะลดลงจึงต้องให้ dextrose เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยที่หมดสติ3. Cordarone เป็นยาที่รักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งมีราคาแพงมา รพ.ระดับอำเภอจะไม่มีหรือ รพ.ระดับจังหวัดบางแห่งก็ไม่มีเช่นกัน4. Sodium Bicarbonate เมื่อผู้ป่วยมีปัญหาหรือช็อกในร่างกายจะมีภาวะเป็นกรดทำให้เซลล์ไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นจึงต้องเพิ่มสารที่เป็นเบสเข้าไปซึ่งจะทำให้เซลล์ทำงานได้ปกติ5. Diazepam เป็นยานอนหลับ หรือ SedativeQ: เคยประสบเหตุการณ์จริงๆที่คนไข้แพ้ยาบ้างไหมคะ ถ้าเคยเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ เอาแบบจริงๆ ไม่อิงตำรา (ถ้ายังไม่เคยก็ไม่เป็นไร)A: ตั้งแต่ทำ case มายังไม่เคยเจอผู้ป่วยที่มีอาการแพ้มากๆ เลย มากที่สุดที่เคยเจอมา คือมีผื่นแดงขึ้นตามตัวเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าผู้ป่วยคนไหนเคยมีประวัติแพ้สารทึบรังสีจะฉีดยาแก้แพ้สารทึบรังสีให้ผู้ป่วยก่อนฉีดสารทึบรังสีQ: ที่ว่า”และที่สำคัญการตรวจชนิดนี้จะต้องมีการเซ็นใบยินยอมการตรวจด้วย” ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่อยู่ในสภาพที่เซ็นได้ ให้คนอื่นเซ็นได้ไหมคะ คนที่เซ็นแทนต้องมีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยแค่ไหนคะ? A: ให้คนอื่นเซ็นได้ครับ ญาติผู้ป่วยสามารถเซ็นยินยอมให้ได้โดยต้องเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะด้วยQ: จากการเรียนในภาคทฤษฎี เหมือนกับที่ปฏิบัติจริงในการฝึกงานหรือไม่ อย่างไรคะ ฝึกงานแล้วได้ทราบอะไรเพิ่มเติมที่ไม่มีในตำราบ้างไหมคะ?A: ตอนนี้ผมได้ฝึก Special ซึ่งก็จะมีต่างตรงเทคนิคที่ใช้โดยแต่ละที่แต่ละแห่งเทคนิคก็ไม่เหมือนกัน(จากประสบการณ์และถามเพื่อนๆ ที่เคยฝึกงานจากต่าง รพ.) สิ่งที่เพิ่มจากการเรียนคือ การตรวจ ต่อมน้ำตา หรือDacrygogram ซึ่งเพิ่งจะมาเห็นและได้ยินชื่อจากที่นี้เป็นครั้งแรก