<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>
(ไกด์กิติมศักดิ์ มาส่งขึ้นเครื่องบินไปปาย)
เมื่อครั้งมาร์โคโปโลเดินทางจากยุโรปไปจีน ท่านมาร์ฯคงได้รับประสบการณ์ตรงมากมาย นำมาเล่าเรื่องจนลือกระฉ่อนในนาม”เส้นทางสายไหม” บ้านเราสมัยก่อนท่านผู้ตรวจการมณฑลพายัพจะขึ้นเหนือแต่ละที ฝ่ายบ้านเมืองรายทางต้องเตรียมรับไม้การเดินทางด้วยยานพาหนะหลายรูปแบบ เช่น ลงเรือ นั่งเกวียน นั่งคานหาม ขึ้นช้าง ขี่ม้า กรมการจังหวัดต้องจัดให้สอดคล้องกับฤดูกาลและสภาพของท้องถิ่นนั้นๆ ต่อมาบ้านเมืองเจริญขึ้น ยานพาหนะเปลี่ยนไปทำให้มีทางเลือกมากขึ้น เช่น นั่งรถทัวร์ รถบัสประจำทาง รถไฟ เครื่องบิน ลงเรือ หรือขับรถไปเอง
(ถ้าไปรถไฟต้องประสานท่านนี้ ถามใครก็รู้นักเลงหัวลำโพงเรียกเฮีย)
วิธีการนี้หมดไปแล้วหรือในยุคที่ความเจริญท่วมโลกนี้ การเดินทางแบบรับไม้กันเป็นทอดๆ จะเป็นไปได้หรือไม่ ท่านมาร์โคโปโลเดินทางสายไหมได้ ทำไมผมจะเดินทางผ่านเส้นทางสายใจบ้างไม่ได้ จึงทดลองด้วยการไปเที่ยวนี้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง มีการบ้านกลับมาทำเยอะ เช่น การไปร่วมกิจกรรมครอบครัวของสมาชิก การศึกษาพลังของเครือข่าย มองหารูปแบบที่ควรจะจัดประชุมKM.เชิงกระบวนการในพื้นที่ (แทนที่จะเชิญนักปฏิบัติมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังในห้อง ชาวเฮฮาศาสตร์จะลงไปทัศนาให้เห็นกับตากับใจตนเอง ในสิ่งที่ท่านคิดท่านทำท่านอธิบาย) เราเรียกหลักสูตรนี้ว่าวิชาชิมความรู้ การออกแบบเรื่องนี้ต้องการข้อมูลตรงเยอะมาก ผมจึงเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า แล้วออกเดินทางอย่างที่ท่านทั้งหลายได้รับทราบไปแล้ว
การรับไม้ในวิธีการเฮฮาศาสตร์ คือเสน่ห์ของหมู่เฮา คำว่าเครือข่าย มีคนสนใจและพูดกันมาก เรื่องนี้คงมีหลายระดับและหลากหลายวิธีการ ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องทำเหมือนกัน แต่ควรจะพัฒนาสอดส่องหาจุดพอดีที่เหมาะสมกับเครือข่ายนั้นๆ เฮฮาศาสตร์อยู่ในระหว่างก่อหวอด จะก้าวขึ้นเป็นเครือข่ายทางธรรมชาติได้ จำเป็นที่จะต้องศึกษาและสะสมประสบการณ์อีกพอควร เพื่ออธิบายเส้นทางเดินการวางข่ายเฮฮาเรา
กระบวนการอิงระบบ ที่นำไปสู่การจัดKMธรรมชาติ ถ้าบรรลุไปถึงพลังใจของสมาชิกแต่ละท่าน จะมีอานุภาพสูงมากในการที่จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆ ความรู้หรือทักษะชีวิตที่ซ่อนอยู่ในตัวตนของแต่ละคนนั้นมีมากมายมหาศาล เพียงแต่เรายังไม่มีกลไกไปถอดรหัสออกมาได้ เพราะเรื่องนี้มีข้อจำกัด จะต้องใช้ใจไปต่อใจเท่านั้น การตั้งกลุ่มเฮฮาขึ้นมา ก็เพื่อค้นหาใจนี่เองเป็นสำคัญ เมื่อได้คนมีใจตรงกันแล้ว จะพัฒนาไปเป็นอะไรก็ย่อมสะดวกลื่นไหล และเป็นไปเกินความคาดหมายทั้งสิ้น เพียงเวลา3วันที่พานพบ เจอแต่เรื่องพิเศษที่เหนือกว่าความพิเศษใดๆ เริ่มตระหนักแล้วว่า ถ้าจะสร้างเครือข่าย เราต้องหาคนจริงให้พบ ผมพบคนจริงแล้ว ถ้าเขาเหล่านี้ลงขันทำความจริงให้ปรากฏ เมื่อนั่นแหละน้องเอ๋ย เธอจะรู้ว่าไผเป็นไผ อิอิ..
เส้นทางสายใจ นอกจากความประทับใจและเห็นข้อต่อของพลังเครือข่ายเฮฮาแล้ว ยังได้ข้อมูลตรงในการนำมาจัดกระบวนเฮฮาศาสตร์ในครั้งต่อๆไป เราจะจัดเฮฮาศาสตร์ไปปาย หรือไปภาคใต้ ถ้าจะเหมาโบกี้รถไฟ แล้วคอยรับกันตามสถานีต่างๆ ในระหว่างเดินทางดำเนินรายการเฮฮาได้ เขียนบล็อกได้ ทำอาหารกินเองได้(มีครัวให้) การรถไฟแห่งประเทศไทยคิดราคาเหมาโบกี้ละ15,000บาท/วัน จะขึ้นกี่คนก็ได้ เจ้าพ่อหัวลำโพงแย้มว่า ถ้าเฮฮาศาสตร์จัดจริงๆยังมีวิธีลดราคาลงได้อีก ในชั้นนี้จึงส่งข้อมูลมาเรียนไว้ชั้นหนึ่งเพื่อให้พวกเราพิจารณากัน มีความเห็นประการใดเสนอผ่านBlogได้เลยนะหนุ่มเหน้าสาวสวยใจดีทั้งหลาย อิ อิ
</span>
แวะมาอ่าน และแวะมาขอบพระคุณครับ
พ่อขา
อย่างงี้แล้ว แป๊ดคงต้องขึ้นเครื่องไป กทม.แล้วนั่งรถไฟมาพร้อมขบวนรึเปล่าค่ะ ไม่งั้น อดแจมโปรแกรมดี ๆ เพราะดันอยู่ปลายทางซะด้วยสิ
อิอิ
โห...อาจารย์ขจิตไปแอ่วเหนือแต้ก๋า บ่าดีฮ้องหาปี้สาวโตยเน้อ...
ขอบคุณที่มอบตำแหน่งให้ครับ