<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อวาน (๑๐ กย ๕๐) ผมได้รับคำขอให้เขียนประเด็น “การปรับเปลี่ยนความคิด” เข้าสู่ระบบการพึ่งตนเอง ก็เลยก้าวข้ามประเด็นอุปสรรคในการพัฒนาไปเรื่องหนึ่ง </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในเรื่องค่ายกล “โง่-จน-เจ็บ” </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่อาจารย์ขจิต ฝอยทอง เซียนบล็อกกามนิตหนุ่ม เข้ามาสะกิดผมไว้ในวันก่อน</p> ค่ายกลนี้มีความหมายหลากหลายมากมาย กว่าที่เราจะคิดถึงได้หมดในทันที เพราะ มีทั้งในเชิง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· วิถีชีวิต <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· เศรษฐกิจ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· สุขภาพ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· การศึกษา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· สังคม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· ทรัพยากร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· สิ่งแวดล้อม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p>· ฯลฯ </p><p> </p><p>แค่คำว่า “โง่” ที่แต่ละคนที่พูดมา ก็มีมุมมองที่อาจต่างกัน เช่น </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· โง่(ไม่รู้) เลยต้องเสียค่าโง่ (ทำแล้วพลาด สูญเปล่า หรือ เสียค่าปรับ หรือ เสียหายในรูปแบบต่างๆ) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· โง่ (ไม่มีการศึกษา) อ่านหนังสือไม่ออก เลยถูกหลอกต้ม ตุ๋นสารพัดเรื่อง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· โง่ (ไม่รู้กฎหมาย) เลยถูกจับ หรือ ทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· โง่ (ขาดความรู้ในเชิงวิชาการ) เลยพัฒนาที่สอดคล้องกับหลักทางวิชาการ หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· โง่ (ไม่รู้เท่าทันคน) ก็เลยถูกหลอก สารพัดวิธี <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· โง่ (ประมาท) ก็เลยดำเนินชีวิตผิดพลาด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· โง่ (อวิชชา) เลยไม่ทราบว่าการดำรงชีวิตอย่างไร จะดีที่สุด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p>· ฯลฯ </p><p> </p><p>เห็นไหมครับ แค่ “โง่” คำเดียวนี้กินความหมายกว้างไกล เกินกว่าที่จะพูดกันเล่นๆ ง่ายๆ แล้วก็มาพูดว่า “แก้โง่โดยการ….?????” </p><p></p><p> เพราะ “โง่” มันมากมายเกินกว่าจะแก้ได้ง่ายๆ เพียงวิธีเดียว ครั้งเดียว หรือ เรื่องเดียว </p><p></p><p>แต่ “โง่” แบบหนึ่งๆนั้น กลับจะขยายผลนำไปสู่ความ “โง่” ในเรื่องอื่นๆ ได้อีกมากมาย </p><p>โดยเฉพาะ การโง่แบบ “อวิชชา” ที่สามารถขยายผลได้เร็ว และกว้างไกล สู่ การ “จน” และการ “เจ็บ” ได้อีก </p><p> เป็นร้อยยกกำลังร้อย เรื่อง (ลองคำนวณดูเองก็ได้ว่า น่าจะได้กี่เรื่อง) </p><p></p><p>ดังนั้นความ “จน” จึงไม่น้อยหน้าความ “โง่” เหมือนกัน ที่สามารถแจกแจงออกได้เป็น </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· จนทรัพยากร <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· จนความคิด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· จนเพื่อน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· จนเงิน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· จนความรู้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p>· ฯลฯ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p>· และที่สำคัญที่สุด จนปัญญา ที่เป็นที่มาและที่จบของความ “จน” ทุกอย่าง </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>ที่นำไปสู่ความ “เจ็บ” ในด้านต่างๆ เช่น <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.5pt" class="MsoNormal"></p>· เจ็บกาย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.5pt" class="MsoNormal"></p>· เจ็บใจ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.5pt" class="MsoNormal"></p>· เจ็บทางความคิด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.5pt" class="MsoNormal"></p>· เจ็บด้านความรู้ และภูมิปัญญา <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.5pt" class="MsoNormal"></p>· เจ็บทางระบบสังคมและวัฒนธรรม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.5pt" class="MsoNormal"></p>· เจ็บทางระบบเศรษฐกิจ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.5pt" class="MsoNormal"></p>· เจ็บทางระบบทรัพยากรสารพัดด้าน <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.5pt" class="MsoNormal"></p>· เจ็บทางด้านสิ่งแวดล้อม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 40.5pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 40.5pt" class="MsoNormal"></p><p>· ฯลฯ </p><p> </p><p>ที่ทำให้เราก้าวเดินต่อไปไม่ได้ ต้องหันกลับมารักษา “แผล” ที่ทำให้เรา “เจ็บ” </p><p>ที่พอ “เจ็บ” แล้วก็ทำให้เรา “เดิน” ไม่สะดวก “ไปไหน” ยาก </p><p>ที่จะทำให้เราวนกลับไปสู่ความ “จน” และ ความ “โง่” อีกไม่รู้กี่เรื่อง </p><p>และที่สำคัญ </p><p>คนที่พยายามจะเอาเปรียบคนอื่น (ที่น่าจะเป็นคน “โง่” ที่คิดแบบนี้ แต่กลับคิดว่าตัวเองฉลาด) </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>จะต้องพยายามทำให้คนอื่น “โง่” กว่าตน จึงจะได้ผล </p><p> ยิ่งทำให้เกิดวงจรความ “โง่” ขยายตัวแบบทวีคูณ จนแทบหาจุดจบได้ยาก</p><p></p><p> แล้วเกษตรกร คนด้อยโอกาส และ คนที่ขาด “การศึกษา” ที่ไหน จะรอดค่ายกลนี้ไปได้ครับ </p><p></p><ul>
</ul><p>อาจเป็นไปได้ในบางกรณีครับ</p><p> แต่ก็ไม่น่าจะจริงเสมอไป </p><p>เขาอาจจะออกจากวงจร "โง่" หนึ่ง ไปสู่วงจรความ “โง่” อีกวงหนึ่ง ก็ได้ครับ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพราะ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ค่ายกลนี้ ไม่ได้มีวงเดียว</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· มีทั้งวงเล็ก วงใหญ่ซ้อนกันไม่รู้ต่อกี่เรื่อง กี่ชั้น</p> · คงเป็นเช่นเขาวงกต กระมังครับ <p>ดังนั้น ผมจึงมองเห็นทางออกไม่มากนัก ตอนนี้ผมคิดได้แค่ </p><p>การตัดตัว “อ” ออกจาก “อวิชชา” จึงน่าจะเป็นทางรอดที่แท้จริงของทุกคนร่วมกัน โดยทุกคน ให้เกิด “ปัญญา” ในการพัฒนาเพื่อทุกคนครับ </p><p>แล้วเราอาจจะค่อยๆประคองตัว พากันถอยออกมาจากค่ายกล วงจรอุบาทว์นี้ ทีละน้อยๆๆๆ</p><p> จนหลุดพ้น ตามคำสอนของท่านพระพุทธเจ้า ครับ </p><p></p><p>ท่านคิดว่าอย่างไรครับ</p>
(ีรายการสุดท้าย เป็นบทความจาก post today ขอยกมาลงไว้ที่นี่ซ้ำ
บทความดังกล่าว เขียนโดย ดร. ลีลาภรณ์ บัวสาย ในคอลัมน์ พลังปัญญา พูดถึงเรื่อง เคมีกับปัญหาความยากจน
ขอสรุปย่อไว้สั้น ๆ ดังนี้
จากข้อมูลวิจัยค่าใช้จ่ายเพื่อการประกอบอาชีพ และด้านการเกษตร/เลี้ยงสัตว์ มีข้อมูลว่า ค่าใช้จ่ายปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงของครัวเรือน ข้อมุล 7 จังหวัด 2549 ตามจังหวัดต่าง ๆ คิดเป็นร้อยละเท่าไหร่ของค่าใช้จ่ายเพื่อการผลิต มีตัวเลขดังนี้
และผู้วิจัยวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ระหว่าง ค่าใช้จ่ายสารเคมีเพื่อการเกษตร กับ ค่ารักษาพยาบาลของครัวเรือน พบว่า ค่าสหสัมพันธ์สูงมากถึง 0.93 (จำนวนครัวเรือน 146,429 ครัวเรือน) สะท้อนให้เห็นว่า ยิ่งใช้สารเคมีมาก ยิ่งมีการเจ็บป่วยมาก
การตัดตัว “อ” ออกจาก “อวิชชา” จึงน่าจะเป็นทางรอดที่แท้จริงของทุกคนร่วมกัน โดยทุกคน ให้เกิด “ปัญญา” ในการพัฒนาเพื่อทุกคนครับ
ผมซาบซึ้งในความจริงใจและจริงจังกับการแสดงข้อคิเห็นต่อประเด็นปัญหา
จากที่ผมสังเกตตัวเลขผู้อ่านงานผมในช่วงนี้มีมาก แต่คงไม่กล้าเสนอ เพราะเป็นเรื่องหนัก และต้องรู้จริงเท่านั้น
ปัญหา "อวิชชา" คงจะอยู่กับเราไปอีกนานแน่นอน เพราะเป็นแหล่งผลประโยชน์ทางธุรกิจของคนที่คิดว่าตัวเอง "ฉลาด"
คนเหล่านี้กำลังทำลายคนอื่นทางอ้อม เขาน่าจะได้รับกรรมนี่แน่นอน
ผมจะพยายามคิดดังๆ อย่างนี้ไปเรื่อยๆ และจะไมสรุป แต่เน้นการเปิดประเด็นให้คิดครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
สวัสดีคะ อาจารย์ มีปัญหาที่ต้องการคำตอบ คำว่า "โง่ จน เจ็บ"
อาจารย์มีแนวคิดว่าน่าจะทำได้ไหม มีมุมมองของคำ 3 คำนี้อย่างไร
เพื่อเป็นความรู้ และวิทยาทาน คะ
ขอบคุณคะ
มีครับ
ทางโลกก็คือการจัดการความรู้ การศึกษา การวิจัยไงครับ
แต่ต้องเป็นความหมายเดิมนะครับ ความหมายใหม่ใช้ไม่ได้ครับ
ทางธรรมก็ใช้หลักอริยสัจ ๔
แต่คนโง่ มักคิดว่าตนฉลาด จึงแก้ยากครับ
สิ่งเหล่านี้ เป็นการรู้ด้วยตัวเอง คนอื่นบอกไม่ได้ครับ
เพราะตัวเองฉลาดแล้ว ใครก็บอกไม่ได้ครับ