เมื่อเช้าวันนี้ระหว่างเวลา ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. ดิฉันได้รับเชิญจากภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นวิทยากรในหัวข้อ “Sharing Experience in initiating a CoP in Diabetic Care” ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
ความเป็นมาเท่าที่มีอยู่ในจดหมายเชิญคือภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับทุนดำเนินโครงการ “Support for Development of Community of Practice in Nursing and Midwifery Services” จากองค์การอนามัยโลก ให้จัดการประชุมผู้บริหารการพยาบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินกิจการเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพสาขาต่างๆ เพื่อระดมความคิดเห็นและจัดทำเป็นแนวทางดำเนินการพัฒนา Community of Practice เพื่อการพยาบาลและผดุงครรภ์ เมื่อปีที่แล้วก็มีการจัดประชุมเบื้องต้นมาบ้างแล้ว
ดิฉันมีเวลาเล่าประสบการณ์ถึง ๒ ชั่วโมง จึงตั้งใจว่าจะเล่ารายละเอียดให้มากหน่อย เพื่อให้ผู้ฟังนึกภาพออกว่าเราทำอะไร อย่างไร ดิฉันเตรียม PowerPoint เมื่อคืนโดยกำหนดประเด็นที่จะเล่าเรื่องว่าเราใช้ KM เป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายอย่างไรบ้าง ตัวอย่างเครื่องมือที่นำเสนอคือ ตลาดนัดความรู้ เพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Assist) และเว็บบล็อก
ในส่วนของตลาดนัดความรู้และเพื่อนช่วยเพื่อน ดิฉันบอกก่อนว่าคืออะไร มีหลักคิดอย่างไร มีกระบวนการอย่างไร ใครเกี่ยวข้องบ้าง ถ้าจะจัดกิจกรรมเหล่านี้ต้องเตรียมการและดำเนินการอย่างไรบ้าง เช่น ต้องเตรียมคนอย่างไร จัดห้องประชุมแบบไหน มีกิจกรรมอะไรบ้าง ฯลฯ ดิฉันเอาภาพกิจกรรมต่างๆ มาแสดงให้เห็นด้วย
ส่วนเรื่องเว็บบล็อกดิฉันนำบันทึกหลายบันทึกมาแสดงให้เห็นว่าเรา ลปรร. ผ่านบล็อกกันอย่างไร เห็นวงจรของการเข้ามาเรียนรู้ เอาความรู้ไปใช้ต่อ แล้วนำกลับมาแลกเปลี่ยนอีก ยกตัวอย่างบล็อกของคุณหมอจิ้น ที่เล่าว่าเอาความรู้ที่อ่านจากบล็อกของทีมเบาหวานพุทธชินราชไปใช้แล้วกลับมาเล่าอีก (อ่านที่นี่) พร้อมบอกเล่าด้วยว่าในชุมชนบล็อกหลายคนอาจไม่เคยเจอตัวจริงเสียงจริงกันเลย แต่เป็นเพื่อนกันได้เหมือนกับคนที่รู้จักกันมานานแล้ว บล็อกเป็นเครื่องมือ ลปรร.ความรู้ปฏิบัติที่ดีมากอย่างหนึ่ง
ทีแรกดิฉันคิดว่าเตรียม PowerPoint คงใช้เวลาไม่นานเพราะมีทุกอย่างอยู่ใกล้มือ แต่ปรากฏว่าต้องใช้เวลาในการเลือกรูปภาพต่างๆ resize รูปภาพให้มีขนาดที่เหมาะสม จัดให้น่าดูน่าติดตาม ใช้เวลาหลายชั่วโมงทีเดียว เมื่อคืนทำไม่เสร็จ ต้องมาเตรียมต่อในตอนเช้า เสร็จเมื่อได้เวลาออกเดินทางไปโรงแรมที่ประชุมพอดี โชคดีที่โรงแรมอยู่ไม่ไกลจากบ้านของดิฉัน ใช้เวลาประมาณ ๑๕-๒๐ นาทีก็ถึงแล้ว
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ดิฉันไปเห็นตัวเลขที่ไหนมาไม่ทราบ จำว่างานนี้มีคนมาประชุม ๒๐๐ กว่าคน จึงเตรียมตัวไปแบบทางการมากหน่อย พอไปถึงโรงแรม ก็แปลกใจว่าทำไมเงียบๆ ปรากฏว่างานนี้เขาเชิญคนมาประชุมเพียง ๒๐ กว่าคนเท่านั้น ก็ดีไปอีกแบบ เป็นกันเองดี ผู้เข้าประชุมมาจากภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, รพ.จุฬาลงกรณ์, รพ.สูงเนิน, สำนักการพยาบาล สธ.,สภาการพยาบาล. สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย
ดิฉันเตรียม PowerPoint มา ๘๕ สไลด์ กะว่าคงใช้เวลาเกือบๆ ๒ ชั่วโมง แต่อาจเป็นเพราะพูดแบบเล่าไปเรื่อยๆ จึงใช้เวลาไปประมาณชั่วโมงกว่าเล็กน้อย หลังจากนั้นดิฉันเปิดให้ถามคำถาม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ตลอด ๑ ชั่วโมงที่เหลือผู้ฟังได้ซักถามรายละเอียดในส่วนที่ดิฉันไม่ได้เล่า เป็นคำถามที่สำคัญเพราะเป็นเรื่องของวิธีการทำงาน เช่น วิธีการเชิญคนมาเข้าตลาดนัดความรู้ทำอย่างไร ผู้ประสานงาน (ดิฉัน) ทำงานอย่างไร มีคนช่วยกี่คน เอาเงินมาจากไหน ทำแผนงานหรือเปล่า บทบาทของ CKO ควรเป็นอย่างไร เป็นต้น
ดิฉันขอให้ ผศ.ดร.นิโรบล กนกสุนทรรัตน์ เล่าประสบการณ์ที่นำวิธี KM (เรียนรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนของเรา) ไปใช้ในกลุ่มพยาบาลเพื่อให้เรียนรู้เรื่องการดูแลผู้ป่วยที่มี Ostomy อาจารย์นิโรบลบอกว่าทำครั้งแรกไม่ต้องเสียใจ เพราะเรายังไม่มีประสบการณ์ก็จะมีคน comment เยอะ แต่สำหรับในกลุ่มผู้ป่วยที่มี Ostomy อาจารย์นิโรบลบอกว่า "ได้ความรู้จากผู้ป่วยเยอะมากอย่างคาดไม่ถึง" ผู้ป่วยเขามีความรู้ว่าถ้าจะไปว่ายน้ำต้องทำอย่างไร จะมี sex ต้องทำอย่างไร เขา ลปรร.กันเองได้
ผู้ฟังต่างเอ่ยคำชื่นชมงานของเครือข่าย KM เบาหวาน รศ.ดร.ผ่องศรี ศรีมรกต เพื่อนร่วมรุ่นปริญญาเอกให้ความเห็นว่าดิฉันเปลี่ยนไปคือมองอะไรเชิง positive และบอกว่าที่ดิฉันทำงานนี้ได้เพราะเป็นคนที่ “กัดไม่ปล่อย” มี commitment คุณจริยา ตันติธรรม APN ที่มีความสามารถสูง เพื่อนร่วมรุ่นตั้งแต่เรียนปริญญาตรี บอกว่าดิฉันทำงานนี้ได้ดีเพราะคิดนอกกรอบ ไม่ใช่เพราะเป็นคนดื้อ มีคนชมหลายคนก็ทำให้ดิฉันรู้สึกดีๆ ไปด้วย
ความตั้งใจแท้จริงของการมา ลปรร. ในครั้งนี้ดิฉันอยากเล่าประสบการณ์ของตนเองเพื่อให้ผู้ฟังเกิดแรงบันดาลใจที่จะไปสร้าง CoP ของตนบ้าง อยากให้เห็นว่าดิฉันก็เริ่มต้นมาจากความไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ KM เลย แต่เราสามารถเรียนรู้และนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลได้ ต้องการแสดงให้เห็นว่า KM เป็นเครื่องมือในการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างคน ให้เกิดความเป็นเพื่อนเป็นกัลยาณมิตร เป็นเครื่องมือในการ empower คนทำงานตัวเล็กๆ ผู้ป่วยที่เป็นชาวบ้านธรรมดาๆ
นอกเหนือจากนั้นดิฉันก็ใช้เวลานี้มองหาโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ขนาด CoP ที่ยังไม่เกิด WHO ยังมีทุนให้เลย เราทำเครือข่าย KM เบาหวานมา ๒ ปีแล้ว คงจะมีโอกาสได้รับบ้างนะคะ
วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐
ตามมาเก็บความรู้
ขอบคุณค่ะ
ยินดีที่สุดเลยครับ ที่เป็นส่วนหนึ่งของ CoP