ใน 6
ตอนที่ผ่านมา เราได้พูด (เขียน) ถึงสิ่งที่อยู่ภายในเซลล์
ครั้งนี้เรากลับมาดูที่ผิวของเซลล์กันบ้างครับ
ถึงแม้ว่าเยื่อหุ้มเซลล์จะได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนที่ปกคลุมเซลล์
แต่ในเซลล์บางชนิด เช่น "เซลล์พืช" เราจะพบส่วนที่แตกต่างจาก
"เซลล์สัตว์" สิ่งนั้น คือ ผนังเซลล์
หรือ Cell wall (ในเซลล์โปรคาริโอต,
โปรติสและฟังไจ
ก็มีผนังเซลล์เหมือนกันแต่เราจะไม่กล่าวถึงในที่นี้)
ผนังเซลล์หรือ Cell wall
หน้าที่หลักๆ ของผนังเซลล์ก็คือ
-
รักษารูปทรงของเซลล์
-
ป้องกันการนำน้ำเข้าเซลล์จำนวนมาก
-
ต้านแรงโน้มถ่วงของโลก
เรามาเรียนรู้จากภาพและคำบรรยายภาพ (Depict) กันดีกว่าครับ
ECM (Extracellular matrix)
ในเซลล์สัตว์ ถึงแม้ไม่มีผนังเซลล์ แต่ก็มีส่วนที่เรียกว่า Extracellular matrix หรือ ECM (อยู่นอกเยื่อหุ้มเซลล์)
ส่วนประกอบหลักของ ECM คือ ไกลโคโปรตีน {(เป็นโปรตีนที่ยึดติดกับคาร์โบไฮเดรต (ซึ่งมักเป็นน้ำตาลที่มีโมเลกุลสั้นๆ) ด้วยพันธะโควาเลนท์}
ไกลโคโปรตีนที่พบมากมายใน ECM ของเซลล์สัตว์ก็คือ เส้นใยคอลลาเจน (Collagen fiber), คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีปริมาณถึงเกือบครึ่งหนึ่งของโปรตีนทั้งหมดที่พบในร่างกายของคน
Proteoglycans เป็นไกลโคโปรตีนอีกชนิดหนึ่ง ที่มีคาร์โบไฮเดรตเป็นองค์ประกอบมากถึงร้อยละ 95
Fibronectins เป็นไกลโคโปรตีนอีกชนิดหนึ่ง จับกับ
receptor proteins ที่มีชื่อว่า integrins
ซึ่งฝังตัวอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์
บทบาทของ ECM ในเซลล์มีหลายอย่าง เช่น ควบคุมพฤติกรรมของเซลล์ โดยสื่อสารผ่านทางเมมเบรนโปรตีน "integrins" เป็นต้น
Intercellular Junctions
ในเซลล์สัตว์ รอยต่อระหว่างเซลล์มี 3 แบบใหญ่ๆ คือ
-
Tight junction
-
Desmosomes
-
Gap junctions
|
Intercellular Junctions ในเซลล์สัตว์ |
| Depict : ภาพเซลล์เยื่อบุผิวในลำไส้เล็กแสดงให้เห็น รอยต่อระหว่างเซลล์ (intercellular junctions) 3 แบบใหญ่ๆ |
Tight
junction
เป็นรอยต่อระหว่างเซลล์ที่มีลักษณะเหมือนรัดด้วยเข็มขัดต่อเนื่องกันไป
(ดูภาพประกอบ)
Desmosomes เป็นรอยต่อระหว่างเซลล์ที่มีลักษณะคล้ายกระดาษหนา ซึ่งเพิ่มความแข็งแรงโดย intermediate filament ที่มีโปรตีน keratin เป็นองค์ประกอบ
Gap junctions เป็นรอยต่อระหว่างเซลล์ ที่มีลักษณะเป็นช่อง (ทำด้วยโปรตีน) ซึ่งใหญ่พอสำหรับการผ่านของ ion และสารที่มีโมเลกุลเล็ก เช่น Sodium ion, กรดอะมิโน และน้ำตาล เป็นต้น
กลับสู่หน้าหลัก |
อ้างอิง : Biology ของ N.A Campbell และ J.B. Reece ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 สำนักพิมพ์ Pearson Education International



อาจารย์ค่ะ เนื้อหาข้อสอบออกในนี้ใช่ไหมคะ
หนูอ่านหนังสือไม่ทันแล้วคะ
เรียนคุณศิรินาถ
ขอขอบคุณอาจารย์ beeman...
อาจารย์ได้กล่าวถึงหน้าที่ของผนังเซลล์ >>
(2). ต้านแรง เช่น แรงดึงดูด แรงกดจากสิ่งแวดล้อม แรงดันน้ำ (hydrostatic pressure) ฯลฯ
(3). รักษารูปทรงของเซลล์
หน้าที่ 3 ข้อต้นพบมากในเซลล์พืช ส่วนในพืชที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น + เซลล์สัตว์...ขอเพิ่มอีกหน่อยครับ...
(5). เป็นที่เกาะ+ทำงานของเอนไซม์ที่ควบคุมการผ่านเข้า-ออกของประจุและสารเคมี เช่น คนเรามีเอนไซม์ (Na-K ATPase) ที่ทำหน้าที่ผลักโซเดียม (Na) ออก ดึงโปแทสเซียม (K) เข้าเซลล์
(6). เป็นที่เกาะ+ทำงานของตัวรับรู้ (receptors) หลายชนิด เช่น ตัวรับฮอร์โมนอินซูลินทำหน้าที่ยอมให้น้ำตาลเข้าเซลล์ ฯลฯ
(7). รอยต่อระหว่างเซลล์ (intercellular junction) ในสัตว์หลายเซลล์ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนสารเคมี-อาหาร เพื่อให้เซลล์ข้างเคียงมีโอกาสอยู่รอดเพิ่มขึ้น(เมื่อเซลล์ได้รับอันตรายชนิดต่างๆ)
ศ.นพ.ประเวศ วะสี... ท่านกล่าวเปรียบเทียบประเทศที่ปล่อยให้ "อะไรๆ เข้าออกได้เสรี" เช่น เปิดเสรีทางการค้า / การเงินทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม ฯลฯ โดยเปรียบกับผนังเซลล์ว่า เซลล์ที่ "รั่ว (leakage)" ยอมให้อะไรๆ ผ่านเข้าออกได้เสรีคือ เซลล์ที่ตายแล้ว
ผนังเซลล์มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุล (homeostasis) ภายในเซลล์ (intracellular) & สมดุลบริเวณรอบๆ เซลล์ หรือระหว่างเซลล์ (intercellular)