ทีไอทีวี เฮ ครม.อนุมัติเอสดียูอุ้ม เจียดเงินเดือน

ครม.ไฟเขียวจัดตั้งเอสดียูอุ้มทีไอทีวี ยกเว้นระเบียบราชพัสดุ กรมกร๊วกเล็งเจียดรายได้ 3 เดือนแรก จ่ายเงินเดือนพนักงานไม่เกิน 70 ล้านบาท หลังมีรายได้ค่าโฆษณารวม 130 ล้านบาทวานนี้ (29 พ.ค.) คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมอนุมัติจัดตั้งหน่วยงานบริหารเฉพาะกิจรูปแบบพิเศษ (เอสดียู) สถานีโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟ (ทีไอทีวี) เป็นสำนักงานบริหารกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟเฉพาะกิจเพื่อรองรับการบริหารงานชั่วคราวของทีไอทีวี ซึ่งจากนั้นจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 5 คน มาดูแลเรื่องการบริหารงานของทีไอทีวี รวมถึงเห็นชอบการยกเว้นระเบียบราชพัสดุเพื่อให้มีการนำเงินมา     ใช้จ่ายหมุนเวียนการดำเนินงานของทีไอทีวีได้ด้วยด้านนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า การที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการยกเว้นระเบียบพัสดุกรณีทีไอทีวี จะส่งผลให้กรมประชาสัมพันธ์สามารถดำเนินงานสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีได้อย่าง      เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะสามารถนำเงินรายได้ที่กรมประชาสัมพันธ์ ได้จัดเก็บไว้ก่อนหน้านี้จำนวน       130 ล้านบาท มาใช้จ่ายทั้งการบริหารงาน และเป็นเงินเดือนให้กับพนักงาน ซึ่งคาดว่าจะใช้ทั้งหมดไม่เกิน     70 ล้านบาท และการว่าจ้างพนักงานครั้งนี้ถือว่าเป็นการว่าจ้างในฐานะผู้แลรักษาอุปกรณ์ และดำเนินการให้การออกอากาศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุดนายจุลยุทธ หิรัณยะวสิต ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ชี้แจงการออกระเบียบเว้นพัสดุทีไอทีวีในครั้งนี้ว่าจะทำให้กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินงานทุกอย่างได้ถูกต้องมากขึ้น ส่วนขั้นตอนในการจัดตั้งเอสดียูนั้น คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 4 เดือน เพราะต้องรอกระบวนการประกาศในราชกิจจานุเบกษา การจัดตั้งกรรมการ และการออกระเบียบ แต่อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ยังสามารถดำเนินการจัดการไปได้ตามมติ ครม.รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายได้หลักของสำนักงานบริหารกิจการสถานีวิทยุโทรทัศน์ระบบยูเอชเอฟเฉพาะกิจ จะมาจากกรมประชาสัมพันธ์ด้านเดียว และกรมจะต้องมอบหมายให้เอสดียูจัดทำนโยบายการออกอากาศ ผังรายการ ทั้งนี้ เมื่อได้รายการมาแล้วเอสดียูก็สามารถที่จะชาร์จค่าบริการรายการจากกรมประชาสัมพันธ์ได้       นอกจากนี้ เอสดียูยังสามารถที่จะไปหารายได้อื่นเพิ่มเติมตามที่ระเบียบระบุว่า หากมีการผลิตส่วนเกินก็อาจจะให้บริการหน่วยงานอื่นได้ อาทิ หากมีเครื่องมืออุปกรณ์หรือทีมงาน มีรถโอบี (รถถ่ายทอดสด) เมื่อทำงานให้กรมประชาสัมพันธ์เสร็จแล้ว ก็สามารถที่จะไปหารายได้โดยการให้บริหารถ่ายทอดสดให้สถานีโทรทัศน์ช่องอื่น เป็นต้น  ทั้งนี้ ในเรื่องของอัตรากำลังคนนั้น คณะกรรมการ 5 คนจะต้องไปจัดสรรโดยวิเคราะห์ปริมาณจำนวนคนที่ต้องการ โดยอาจจะทำการจ้างพนักงานเดิมในลักษณะฟรีแลนซ์ โดยเฉพาะในฝ่ายจัดหาโฆษณาและฝ่ายการตลาด เป็นต้น นอกจากนี้ สัดส่วนของคณะกรรมการบริหาร ตามระเบียบสำนักนายกฯ กำหนดไว้ 5 คน หรือจะไม่มีก็ได้ แต่หากมีส่วนใหญ่จะต้องเป็นคนที่มีความรอบรู้ในการบริหารสถานีโทรทัศน์ โดยจะต้องมีประธานคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการ และมีผู้อำนวยการสถานีเป็นเลขานุการ รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับรายได้ของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเดือนที่ 3 (ไตรมาสแรก) นับตั้งแต่ สปน.    ยึดคลื่น คือ เดือนพฤษภาคม 2550 สามารถเก็บรายได้ ได้เพียง 37 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อรวมกับเดือนมีนาคม จำนวน 70 ล้านบาท และเมษายน 2550 จำนวน 23 ล้านบาทแล้วก็จะมีรายได้ทั้งไตรมาสรวม 130 ล้านบาท ตามที่   กรมประชาสัมพันธ์อ้างผู้จัดการออนไลน์  คม ชัด ลึก กรุงเทพธุรกิจ  มติชน  30  พ.ค.  50