ฉลองภพแบไต๋ลดเป้าจัดเก็บรายได้ปี ’51 ลงจำนวน 2 หมื่นล้าน จ่อคิวตั้งขาดดุลเพิ่มอีกแสนล้าน  ให้โฆสิตตัดสินใจ นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้       จะหารือกับ นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อสรุปกรอบวงเงินงบประมาณปี 2551 โดยการจัดทำงบประมาณใหม่จะปรับลดตัวเลขเก็บรายได้ลง 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามสถานการณ์จัดเก็บรายได้ของปีงบประมาณ 2550 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการ     3 หมื่นล้านบาท นายฉลองภพ กล่าวว่า ยอดรวมของการตั้งงบประมาณรายจ่ายปี 2551 จะเป็นเท่าไรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี โดยหากรัฐบาลต้องการเพิ่มงบประมาณรายจ่ายขึ้นมาอีกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็สามารถเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย แหล่งข่าวสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า มีข้อเสนอให้เพิ่มงบลงทุนในปีหน้าขึ้นมาอีก 7 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาท หากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและไปปรับลดรายจ่ายประจำและภาระการใช้หนี้ต่างประเทศลงมา แต่ทั้งหมดขึ้นกับการตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในจำนวนงบประมาณรายจ่ายนั้นมีส่วนหนึ่งที่ต้องจัดสรรเพิ่มให้กับกระทรวงกลาโหม ส่วนตัวเลขงบประมาณรายจ่ายโดยรวมนั้นจะอยู่ที่ 1.63 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มจากเดิม 5 หมื่นล้านบาท    ส่วนตัวเลขการขาดดุลนั้นจะเพิ่มขึ้นส่วนที่ต้องกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 1.65-1.70 แสนล้านบาท   ทั้งนี้ งบประมาณปี 2550 มีการตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ 1.56 ล้านล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำ 1.13 ล้านล้านบาท เป็นงบ เพื่อการลงทุน 3.74 แสนล้านบาท งบเพื่อใช้หนี้ 5.54 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ไว้ 1.42 ล้านล้านบาท       ในจำนวนนั้นต้องกู้เงินชดเชยเพื่อการขาดดุล 1.46 แสนล้านบาท   ขณะที่กรอบงบประมาณ 2551 ที่ตั้งไว้เดิมนั้น  มีจำนวนทั้งสิ้น 1.63 ล้านล้านบาท แยกเป็นงบประจำ 1.16 ล้านล้านบาท งบลงทุน 4.16 แสนล้านบาท งบใช้หนี้ 5.17 หมื่นล้านบาท และตั้งประมาณการจัดเก็บรายได้ไว้ 1.51 ล้านล้านบาท ส่วนที่เหลือจะต้องกู้เงินชดเชยการขาดดุล 1.2 แสนล้านบาท นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ได้เสนอกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2551 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาแล้วโดยมีการปรับตัวเลขรายจ่ายเพิ่มขึ้น และลดตัวเลขการเก็บรายได้ แต่การตั้งงบประมาณ 2551 จะขาดดุลจากที่ตั้งไว้เดิม 1.2 แสนล้านบาท เท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับตัดสินใจของรองนายกฯ และ รมว.คลัง นางพรรณี กล่าวว่า สศค. ได้เสนอแนวทางการตั้งงบประมาณขาดดุล 2551 ไว้หลายแนวทาง และได้ทำความเห็นไปว่าแนวทางไหนเป็นแนวทางที่ดำเนินการและจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจขยายตัวได้ 5% และอัตราเงินเฟ้อ 3%  นายสมชัย สัจจพงษ์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สศค. กล่าวว่า การปรับงบประมาณ 2551 ใหม่      ยังอยู่ในกรอบขาดดุลไม่เกิน 10% ของงบประมาณรายจ่าย และไม่เกิน 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี และงบลงทุนที่รัฐบาลจะตั้งไม่ต่ำกว่า 25% และต้องงบประมาณใหม่จะส่งผลดีกับเศรษฐกิจโดยรวม โพสต์ทูเดย์  แนวหน้า  เดลินิวส์  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: right" class="MsoNormal" align="right">กรุงเทพธุรกิจ  ไทยโพสต์      30  พ.ค.  50</p>