ผมอบรมเสร็จวันที่ 18  ด้วยความที่ร้อนวิชา วันที่ 19  ทำน้ำยาล้างจานอย่างที่ได้เล่าไปแล้ว วันที่ 21 ไปซื้อถังพลาสติกที่จังหวัดพัทลุง เพื่อเอามาหมักปุ๋ย เป็นถังรอยสารเคมีทั้งนั้น ่ ผมซื้อถังขนาด 120 ลิตร 5 ถัง ขนาด 30 ลิตร 6 ถัง ถึงแม้ว่าเขาจะล้างมาแล้ว แต่ก็ไม่สะอาด ต้องเอามาล้างใหม่ ก็ได้น้ำยาล้างจานที่ทำเอาไว้นั่นแหละโชคดีจริงๆ 

ในความเป็นจริงใช้ถังแบบอื่นก็ได้ครับ แต่ผมชอบถังแบบนี้ 

เข้าเรื่องปุ๋ยก็แล้วกันนะครับ ปุ๋ยน้ำที่ผมไปอบรมมาส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการหมัก 4 เดือน ผมปลูกผักไว้เยอะแล้วมันก็ไม่ทันใช้ แต่มีอีกสูตรคือของกรมพัฒนาที่ดินใช้เวลาแค่ 21 วันผมก็ต้องทำสูตรนี้ก่อน

ส่วนผสม

ปลาหรือหอยเชอรี่ : ผลไม้ : กากน้ำตาล : น้ำ = 3:1:1:1
ปลาหรือหอยเชอรี่        30 กิโลกรัม
ผลไม้                        10 กิโลกรัม
กากน้ำตาล                10 กิโลกรัม
น้ำ                            10 ลิตร

สารเร่ง พด.2                1 ซอง




วิธีทำ 

อยูหลังซอง พด.2 ผมลอกมา

  1. ละลายสารเร่ง พด.2 ในน้ำ 10 ลิตร ผสมให้เข้ากันนาน 5 นาที
  2. ผสมเศษวัสดุ และกากน้ำตาลลงในถังหมักขนาด 50 ลิตร แล้วเทสารละลาย พด.2 ในข้อ 1 ผสมลงในถังหมัก
  3. คลุกเคล้าหรือคนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง
  4. ปิดฝาไม่ต้องสนิท

ปิดฝาไม่ต้องสนิท ผมยังสงสัยว่าทำไมต้องปิดฝาไม่สนิทยังไม่ได้สอบถามเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน

สำหรับหอยเชอรี่แถวบ้านผมเยอะมากครับ ฝนตกน้ำขังในนาหอยเชอรี่ผมไปหาสองคนกับน้องลูกพี่ลูกน้อง ใช้เวลาไม่นานได้ 25 กิโลกรัม เอามาใส่ถังพลาสติก แล้วตำให้เปลือกหอยแตกก่อน แล้วจึงทำตามวิธีการทำ ส่วนผลไม้ใช้สับปะรดปุ๋ยน้ำที่ได้จะมีกลิ่นหอม สับปะรด 10 กิโลกรัมผมซื้อส่วนหนึ่ง หาเอาในสวนยางส่วนหนึ่ง  เมื่อเสร็จแล้วเก็บถังไม่ไห้โดนแดดผมเก็บเอาไว้ใต้ยุ้งข้าว (ไม่มีข้าวแล้ว) ยุ้งข้าวที่บ้านเรียก "เรินข้าว"

ที่สำคัญอย่าลืมเขียนป้ายติดเอาไว้ด้วย

 

 ไม่ยากเลยครับ แค่นี้ก็ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ตัวทำลายดินได้แล้ว แถมยังได้ช่วยชาวนากำจัดหอยเชอรี่ด้วย

"ลดสารเคมี​​​เป็น​​​พิษ​​ ​​คืนชีวิตแก่​​​แผ่นดิน"

สารเคมี รวมถึงปุ๋ยเคมีด้วยนะครับ เราทำลายแผ่นดินเกิดมามากแล้ว