ผมคุยและเล่านิทานเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนเชิงกลยุทธ์มาหลายวัน เพราะช่วงเวลานี้ที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังฮิตเรื่อง "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง" ตามนโยบายการกระจายอำนาจให้โรงเรียนบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน(SBM) จึงอบรมแกนนำทั้งในโรงเรียนและที่ สพท.ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงกันทั่วประเทศ หมดงบประมาณไปเยอะ เพื่อให้ทุกคนสามารถคิดวางแผนหรือปรับแผนให้เป็นแผนกลยุทธ์สามารถขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาให้เป็นผลสำเร็จ
ด้วยความที่อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะภาพที่ปรากฎยังเห็นพวกเราติดกรอบกันอย่างเหนียวแน่น การคิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรภายในไม่กี่วันอาจเป็นเรื่องยาก เพราะเรื่องนี้ต้องสั่งสมประสบการณ์พอสมควร จึงต้องมาแสดงความคิดเห็นกันตามที่ปัญญาพอจะมี โดยกำหนดประเด็นเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ
ถ้าจะให้นิยามเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนเชิงกลยุทธ์น่าจะหมายถึง การวางแผนอันชาญฉลาดที่มีการคิดเชิงกลยุทธ์โดยมีกลวิธี(Tactics)ในการแก้ปัญหาและพัฒนางานด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นจุดชี้ขาดประการหนึ่งของผู้ที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
การคิดเชิงกลยุทธ์เป็นการคิดที่ช่วยเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จ เพราะเป็นการคิดที่มีเป้าหมายตามความต้องการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน รู้จักเรียนรู้ที่จะมองตนเอง มองสภาพแวดล้อม และมองอนาคต ทำให้สามารถรุกและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> การที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะคิดเชิงกลยุทธ์ได้จะต้องรู้ปัญหา รู้สาเหตุของปัญหาอย่างดีมาก่อน ต้องมีข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งข้อมูลที่เป็นจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ตลอดจนผลกระทบจากปัญหานั้นด้วย ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงต้องมีเทคนิค มีเครื่องมือช่วยในการวิเคราะห์ปัญหา เช่นอาจใช้เทคนิคSWOTS การประเมินความต้องการจำเป็น(Needs Assessment :NA) หรือการวิจัย เป็นต้น ซึ่งการรู้ข้อมูลอย่างรอบด้านที่มีการจัดกระทำให้เป็นสารสนเทศ จะช่วยให้ผู้บริหารมองปัญหา มองสาเหตุของปัญหาที่ชัดเจน ซึ่งจะทำให้สามารถคิดหาทางเลือกในการแก้ปัญหาได้สอดคล้องกันมากขึ้น</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะคิดเชิงกลยุทธ์ได้ ต้องมีความสามารถในการตัดสินใจ โดยพิจารณาทางเลือกที่เห็นว่าดีที่สุด เหมาะสมที่สุดจากบรรดาทางเลือกหลายๆทาง เพื่อนำมาดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเกิดประโยชน์มากที่สุดและเกิดผลเสียหายน้อยที่สุด เพราะการตัดสินใจคือหัวใจของการบริหาร ดังมีผู้กล่าวว่า</p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"> “ถ้านายสิบตัดสินใจผิด ทหารอาจจะตายทั้งหมวด ถ้านายร้อยตัดสินใจผิด ทหารอาจจะตายทั้งกองร้อย ถ้านายพันตัดสินใจผิด ทหารอาจจะตายทั้งกองพัน และถ้านายพลตัดสินใจผิด ทหารอาจจะตายทั้งกองทัพ”</p> ฟรานซิส เบคอน ได้ให้ข้อคิดสำหรับผู้บริหารในการคิดเชิงกลยุทธ์ไว้ว่า <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">“…ถ้าเราอยากบรรลุความสำเร็จในสิ่งที่ไม่เคยสำเร็จมาก่อน ต้องอย่าทำเหมือนสิ่งที่เคยพยายามทำมาแล้ว เพราะฉะนั้นต้องคิดและทำใหม่ ในความคิดใหม่ ในรูปแบบใหม่ จึงจะมีโอกาสบรรลุความสำเร็จในสิ่งซึ่งไม่เคยสำเร็จมาก่อนได้…”</p>
การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยเวลาและต้องสั่งสมประสบการณ์
การคิดเชิงกลยุทธ์เป็นการคิดที่ช่วยเพิ่มโอกาสแห่งความสำเร็จ เพราะเป็นการคิดที่มีเป้าหมายตามความต้องการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
มัทนา · 18 พ.ค. 2550
beeman 吴联乐 · 18 พ.ค. 2550
ศิริลัคนา เปี่ยมศิริ · 18 พ.ค. 2550
วรรธนชัย ๏(。◕‿◕。)๏ ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ · 18 พ.ค. 2550
โชคธำรงค์ จงจอหอ · 18 พ.ค. 2550
สุดยอดมากเลยครับ นับถือ ๆ ได้แนวความคิดดี อิอิ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ต้องคิดและทำใหม่ ในความคิดใหม่ ในรูปแบบใหม่ จึงจะมีโอกาสบรรลุความสำเร็จในสิ่งซึ่งไม่เคยสำเร็จมาก่อนได้
ชอบประโยคนี้จังค่ะ
ขอบคุณค่ะ
จะคิดและทำใหม่อย่างไรก็ตาม แต่ต้องไม่ลืมรากเหง้าของความเป็นไทยก็แล้วกัน ไม่เช่นนั้นเราจะสูญเสียวัฒนธรรม เสียเอกลักษณ์ความเป็นชาติเป็นตัวตนของเราเอง เราคงไม่มีความภาคภูมิใจในผลสำเร็จนั้นใช่ไหม