หลังจากกลับมาทำงานได้ 3 วัน ก็มีเรื่องราวที่ตนเองคิดว่าน่าสนใจ (สำหรับตนเอง)ขึ้นมา
เริ่มตั้งแต่วันแรก ไปอบรมการเขียนบล็อกที่คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีผู้เข้าร่วมอบรมไม่ถึง 10 คนเลยล่ะค่ะ แต่ก็ทำให้บรรยากาศเป็นกันเอง มีอาจารย์ท่านหนึ่งน่ารักมากเลยค่ะ อาจารย์สนใจการเขียนบล็อกอย่างจริงจัง แต่อาจารย์ก็ยังไม่ค่อยเชี่ยวชาญเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ซักเท่าไหร่ หลังจากที่อาจารย์สมัครไปแล้ว ก็ถึงขั้นตอนที่อาจารย์แก้วคิดว่าสำคัญมาก คือขั้นตอนการลงรูป อาจารย์บอกว่าต้องลงรูปสวย ๆ อาจารย์เปลี่ยนรูปไป ๆมา ๆประมาณ 2-3 รูปจนสุดท้ายอาจารย์ก็ได้รูปที่อาจารย์เห็นว่าดูดีที่สุด (น่ารักจริง ๆค่ะทั้งหน้าตาและความเป็นกันเองค่ะ) เล่ามาตั้งนานอันนี้เกริ่นนำค่ะแต่ดูเหมือนไม่ค่อยจะเข้ากับชื่อเรื่องใช่มั้ยคะ
ก็เริ่มเข้าเรื่องกันเลยค่ะ พอตอนเที่ยงหลังจากที่ไปอบรมกันมา อาจารย์วิบูลย์ก็พาทุกคนในหน่วยประกันไปทานข้าวกัน พอนั่งทานไปได้ซักพักอาจารย์ก็เล่าเรื่องที่อาจารย์ไปสิงคโปร์มากับลูกชายของท่าน "เราเนี่ยโชคดีกันแล้วที่อยู่ในเมืองไทยเนี่ย อยู่ที่โน่นอาหารแพงมาก ประชาชนค่าครองชีพสูง แยกกันอยู่ตัวใครตัวมัน"
พอมาทำงานวันพฤหัสบดี ก็พอดีกับที่พี่ตูนกลับจากราชการที่จีนและฮ่องกงมา พี่ตูนดูเหนื่อย ๆ (ไม่รู้เพราะเหนื่อยกายหรือว่าเหนื่อยใจที่เสียเงินไปเยอะ :) ด้วยความที่ยังไม่เคยไปต่างประเทศและมีคนใกล้ตัวไปต่างประเทศก็เลยเริ่มซักถามด้วยความสนใจเลยล่ะค่ะ แล้วพี่ตูนก็เริ่มเล่า "ดีแล้วที่เราอยู่เมืองไทยน่ะ (เสียงดูจริงจังมาก) " กำลังจะเริ่มถามต่อแต่ยังไม่ทันถามพี่ตูนก็เล่าต่อ "ตอนที่อยู่ที่ฮ่องกงนะ ในดิสนี่ย์แลนด์ พี่หิวน้ำมาก ๆ แต่พอถามราคาน้ำ แค่น้ำเปล่าก็ราคาตั้ง 50บาทแล้ว แต่พี่หิวน้ำมาก ๆก็เลยคิดว่าจะซื้อโค้กดีกว่า ซึ่งราคามันก็ย่อมจะแพงกว่าเป็นธรรมดา 100 บาท ก็คือเท่ากับกระป๋องเล็กแบบบ้านเรานี่แหละ ก็เลยต้องกินให้หมดให้คุ้ม"
หลังจากฟังเรื่องราวจากทั้งพี่ตูนและก็ อาจารย์วิบูลย์ ก็คิดว่าดีนะเนี่ยที่เมืองไทยเรายังไม่ถึงขนาดนั้น มันแพงขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วการใช้ชีวิตของเขาจะเป็นยังไงหนอ คงจะเหมือนกรุงเทพฯบ้านเราหรือว่าอาจจะแย่กว่านั้นก็ไม่แน่ใจ ลองมาคิดถ้าบ้านเราข้าวจานละร้อย น้ำดื่มขวดละห้าสิบก็แย่แล้วล่ะค่ะ เดือนหนึ่งคงต้องทำงานหลักงานเสริมไม่มีเวลาให้พักผ่อนหาความสุขให้กับตนเองและคนรอบข้างเลย หาเงินให้พอกับค่าครองชีพที่สูงขนาดนั้น และถ้ามัวแต่ทำงานเนี่ยจะมีเวลาให้กับคนรอบข้างกันบ้างไหม และคงทำให้สังคมกลายเป็นสังคมเดี่ยวไปโดยปริยาย อย่างน้อยก็มีอยู่นี่คนหนึ่งล่ะที่ไมอยากให้สังคมไทยประเทศไทยเป็นอย่างนั้น อยากให้คนไทยมีความสุข มีน้ำใจให้กัน เป็นเมืองไทยเมืองยิ้ม (ทั้งกายและใจ) แต่มันก็เริ่มเปลี่ยนแล้ว..............มันเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีหนอ...................
นั้นน่ะสิครับ เห็นด้วยเลยว่าไม่อยากให้เมืองไทยเจริญไปในด้านวัตถุอย่างเดียวมากๆ จากครอบครัวขยายก็เริ่มกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวๆ
ถ้าสังคมเรามีความเจริญทางด้านจิตใจควบคู่ไปด้วยก็คงจะดีนะ...
อย่าพึ่งวิตกไปเลยครับ ผมอีกคนที่จะพยายามทำชีวิต ทำสังคมไทย ให้กลับมากรู้สึกอบอุ่นโอบอ้อมเหมือนก่อน ที่โกทูโนวก็ทำอยู่
ตอนนี้สังคมไทยทั้งหมดก็พยายามนำเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักการพัฒนาประเทศ หลายส่วนทำแม้เข้าใจบ้าง ไม่บ้าง ก็ทำไป ไม่เป็นไรครับ ซักวัน แล้วโดยพื้นฐานทางจิตใจ ทางสังคมไทยที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การเปลี่ยนกระแสกลับมาเป็นแบบไทยเดิมน่าจะไม่ยาก
ประเพณี วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม จารีต ต้องกลับมาได้อย่างแยบยลครับ โดยอาศัยธรรมชาติที่จะฟื้นความอุดมสมบูรณ์ อาศัยการเรียนรู้ระหว่างความรู้เก่าและความรู้ใหม่
แวดวงการศึกษาน่าจะหนักกว่าใครครับ แต่ทุกส่วนของไทยล่ะครับ ต้องช่วยกัน
"คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน เป้าหมายจึงอยู่ที่หมู่บ้าน"
สวัสดีค่ะ
ที่ไหนก็สู้เมืองไทยไม่ได้หรอกค่ะ
ยกเว้นเรื่องการศึกษา ที่จำเป็นต้องส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศเพราะ ด้านการศึกษาเขาดีกว่าเราจริงๆ แต่เราก็ต้องเลือกสถานที่ด้วย ไม่ใช่ทุกที่จะดีหมด ต้องเลือกที่มีacademic environmentดีหน่อยค่ะ
สังคมต่อไปเป็นGlobal ไม่ใช่ Localค่ะ
ขอขอบคุณ... คุณนิสิตช่วยงาน
สวัสดีค่ะ คุณนิสิตช่วยงาน
วันก่อนโน้ตไว้ต้องเข้ามาบันทึกนี้ เพิ่งได้แวะเข้ามาค่ะ ชอบชื่อบันทึกจัง
ดิฉันก็รู้สึกอย่างชื่อบันทึกนะคะ บ้านเราอาจจะมีข้อจำกัดในหลายๆเรื่อง แต่เรายังพอจะปรับตัวอยู่กันได้ เพราะภาวะแวดล้อม โดยเฉพาะธรรมชาติ(ในหลายๆที่) ยังไม่บีบคั้นให้เอาชีวิตรอดจนเกินไปนัก
ดิฉันเพิ่งมีโอกาสไปต่างประเทศตอนแก่อะค่ะ พอไปเห็นมาก็ยิ่งเห็นว่า บ้านเรายังสุขสบายกว่าอยู่มาก
ทำไมต้องเสียเงินไปเมืองนอกแพงๆเพื่อให้ได้คำตอบว่าเมืองไทยสบายที่สุดด้วยก็ไม่รู้ แต่รู้สึกว่าคำตอบที่ได้จะเข้มข้นถึงใจดีชะมัด
...อย่างไรก็ตาม กลับมาบ้านก็ต้องทานข้าวกับไข่เค็มไปอีกพักนึงอะค่ะ (จนไปนาน) : )
เห็นด้วยครับ
ผมก็ไม่คิดจะไปเที่ยวไหนไกลหรอกครับ
แค่เมืองไทยมีที่ท่องเที่ยวสวยๆ เยอะมากแล้ว