บ่ายวันนี้ไปพบ ดร.สุชิน เพ็ชรักษ์ โดยบังเอิญ ที่สำนักบริหารงาน กศน. ไม่รั้งรอรีบเข้าไปสนทนา อันนำมาซึ่งความรู้ที่มีคุณค่าจากการสนทนาตามประสาคนแห่งการเรียนรู้ ได้เปิดประตูสู่ประสบการณ์อันพรั่งพรูที่อยู่ในตัวตนของ ดร.สุชิน ที่เป็นบุคคลหนึ่งที่ผมให้ความเคารพรักเป็นทั้งพี่ และเป็นทั้งครูที่ใฝ่รู้อยู่เสมอ คุยกันทีไรเป็นได้องค์ความรู้ไปสู่การนำไปไตร่ตรองในสมองทุกที วันนี้ก็ได้เรื่องเล่าดี ๆ มีมามากมายอันจะไว้ขยายเผยแพร่ต่อไปได้เป็นระยะ ๆ และในจังหวะช่วงนี้ขอหยิบยกสาระที่ ดร. สุชินไปได้มาจากประเทศญี่ปุ่น ในเรื่อง Book Start ที่มีสาระดังนี้

           โครงการหนังสือเล่มแรก (book start) ซึ่งตั้งอยู่ในสถานีอนามัย Hikarigaoka ได้รับข้อมูลว่าตามกฎหมายของญี่ปุ่นกำหนดให้พ่อแม่ต้องนำลูกอายุ ๔ เดือน ๑ ขวบ และ ๓ ขวบเข้ามาตรวจสุขภาพ ดังนั้นการอบรมแม่ให้เข้าใจการจัดกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับลูกจึงอยู่ที่สถานีอนามัย ส่วนถุงหนังสือนั้นให้บริการที่ห้องสมุดประชาชน

            โครงการหนังสือเล่มแรกของอังกฤษเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๙๒ ในประเทศญี่ปุ่นเริ่มเมื่อปี ค.ศ.๒๐๐๑ โดยรับแบบอย่างมาจากประเทศอังกฤษ

            จากการได้เยี่ยมชมกิจกรรมการอบรมแม่ที่สถานีอนามัยแห่งนี้ ได้รับทราบว่าทุกคนที่เข้ามาร่วมทำงานเป็นอาสาสมัครทั้งหมด โดยใช้เวลาของแต่ละคนเข้ามาช่วยเหลือ มีกิจกรรมทุกวันพุธแรกของเดือน และมีหนังสือสำหรับเด็กให้แม่ยืมไปใช้ที่บ้านด้วย เจ้าหน้าที่จะสาธิตการทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้แม่ดู แล้วแนะนำให้กลับไปทำที่บ้านกับลูก การดำเนินงานโครงการหนังสือเล่มแรกของศูนย์แห่งนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๒๐๐๓ การติดตามผลในระยะแรกปรากฏว่าได้ผลพอสมควร คือเห็นแนวโน้มว่าเด็กชอบอ่านหนังสือ แต่ก็ต้องเฝ้าดูผลในระยะยาวต่อไป            การจัดการโครงการ book start ในระดับชาตินั้นมีศูนย์ประสานงานโครงการอยู่ในกรุงโตเกียว อยู่ใกล้ ๆ กับสำนักงาน ACCU ยังไม่มีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชม แต่ได้รับทราบว่ากำลังเก็บข้อมูลการติดตามผลระยะแรกอยู่ อีกไม่ช้าก็จะสามารถเผยแพร่รายงานได้             ปัญหาในการจัดการโครงการ book start ยังมีอยู่บ้าง เช่น เมื่อมีกรรมการหลายคน กรรมการจากฝ่ายสำนักพิมพ์ก็พยายามยัดเยียดหนังสือที่ขายไม่ค่อยออกของตนให้กับโครงการ ทำให้กรรมการทั้งหมดไม่มีอิสระในการเลือกหนังสือที่ดีสำหรับเด็กได้ อีกทั้งรัฐบาลก็ได้มอบหมายให้พรรคการเมืองบางพรรครับเรื่องนี้ไปดำเนินการ จึงหันไปร่วมมือกับสำนักพิมพ์บางแห่งเสียอีก ทำให้ทางเลือกในการคัดหนังสือหดแคบลงไปอีก การตัดสินใจจึงเอนเอียงไปข้างฝ่ายการเมืองมากขึ้น            ปัจจุบันมีการดำเนินงานทั่วประเทศได้ราว ๗๐๐ แห่งแล้ว ในระยะแรกมอบหมายให้สถานีอนามัย ห้องสมุดประชาชน และห้องสมุดขนาดเล็ก ร่วมมือกัน ต่อมาสถานีอนามัยก็ไม่ได้สนใจ ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ได้แต่แนะนำให้แม่เข้าใจกระบวนการเมื่อนำเด็กเข้ามาตรวจสุขภาพตามข้อกำหนดของกฎหมาย แล้วให้ไปรับหนังสือเอาเองจากห้องสมุดทั้งสองประเภทนั้น            ความสำเร็จของโครงการ book start ขึ้นอยู่กับความเข้าใจ และมีวิธีการคิดที่ถูกต้อง ส่วนมากยังไม่ค่อยมีใครสนใจชี้แจงให้พ่อแม่รับรู้ และให้การฝึกอบรมกับพ่อแม่อย่างจริงจัง ในประเทศอังกฤษสามารถขยายผลจนครอบคลุมพื้นที่ได้ถึง ๙๐% ของชุมชนทั้งหมดแล้ว แต่ประเทศญี่ปุ่นเพิ่งจะเริ่มต้นและยังทำไปได้ไม่มากนัก ที่จริงญี่ปุ่นมีการส่งเสริมการอ่านหนังสือหลากหลายวิธีมาก่อนโครงการ book start เสียอีก