จะเป็นมนุษย์ที่มีสติ สมาธิ และปัญญา ที่ดีขั้น พัฒนาได้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่ออาจจากความไม่รู้ และความทุกข์ ครับ

            เมื่อเฝ้าดูจิตในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา  พบว่าจิตของเรานั้นวิ่งไปมารวดเร็วมาก        วิ่งไปเรื่องนั้นเรื่องนี้  ไปอดีต  ไปอนาคต  ไปเรื่องที่พอใจ  เรื่องที่ไม่พอใจ      หรือบางครั้งหลุดไปอยู่นานกับเรื่องบางเรื่องจนเราเองก็ไม่รู้ตัว  คือมัวแต่ติดพันกับเรื่องนั้นๆ  เคลิ้มไปกับจิตใจที่คิดฟุ้งซ่านเป็นเรื่องเป็นราว

       

  เมื่อก่อนเวลาฝึกสมาธิผมมักจะท้อแท้และโกรธตัวเองว่าทำไมนะ  ใจไม่นิ่งเลย      ทำไม่ก็แค่จิตของเราแล้วเราคุมไม่ได้  เหมือนจับมันขังเอาไว้ก็เท่านั้นเอง  แต่ทำไม่เคยได้

     

ช่วงหลังมาคือการทำหน้าที่เป็นผู้ตาม     ผู้รู้จิตเหล่านั้น  ไม่บังคับ  ไม่ฝืนเขา  เพียงรับรู้ว่าเรากำลังคิดเรื่องอะไร     และพยามดังจิตมารู้ที่ลิมหายใจเข้าออก  หรือรู้กาย  รู้เวทนา  ของเราในขณะนั้นๆ

  

 เคยได้ยินอาจารย์บางท่านว่าเมื่อเราทำตัวให้รู้มากๆ  จิตที่ชอบดิ้นพล่านหรือเที่ยงล่องลอยก็จะสงบลง  เพราะเราเจริญสติ  จนรู้ทัน  ดักไว้ทัน  (การรู้หรือปัญญาจะมาแทนที่ความไม่รู้)

       

    ที่เขียนไปก็ไม่แน่ใจซะทีเดียวว่าถูกต้องทั้งหมดหรือไม่นะครับ      แต่ว่าพยามเขียนจากประสบการณ์     จากสิ่งที่กำลังปฏิบัติ     และหวังผลยิ่งๆขึ้นไปครับว่า  จะเป็นมนุษย์ที่มีสติ  สมาธิ  และปัญญา  ที่ดีขั้น  พัฒนาได้มากขึ้นเรื่อยๆ  เพื่ออาจจากความไม่รู้  และความทุกข์ ครับ....