มีคำถามเข้ามาในบล็อคเรื่องเมืองโออิตะ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยากเขียนถึงอยู่นานแล้วเหมือนกัน
“...เมืองโออิตะ...เขามีวิธีการอย่างไรในการพัฒนาสินค้า ควบคู่กับการพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ถ้าจะไปศึกษาดูงานด้านการพัฒนาหมู่บ้านเพื่อเชื่อมโยงเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว อาจารย์แนะนำให้ไปที่ไหน เมืองใดบ้าง อะไรเป็นความโดดเด่นของหมู่บ้านนั้น ที่ควรศึกษา ถ้าจะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ค้นคว้าได้ที่ไหนคะ”
<p>เราเขียนสิ่งเหล่านี้จากความทรงจำที่ได้ไปโออิตะสองครั้ง ล่าสุดคือเมื่อปีที่แล้ว (ตัวรายงานมีคนยืมไป รายละเอียดบางส่วนอาจคลาดเคลื่อนบ้าง แต่หลักคิดยังคงเดิม)</p><p>คงต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นว่า</p> <p>ประการแรก </p> <p>การท่องเที่ยวเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งของการพัฒนาเมืองโออิตะ (อย่างน้อยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว) นั่นหมายความว่า ถ้าเรามุ่งมองแต่การพัฒนาการท่องเที่ยวของโออิตะ เราก็จะไม่เข้าใจความเชื่อมโยงของการท่องเที่ยวกับส่วนอื่นๆ และการที่ส่วนอื่นๆมีผลต่อการท่องเที่ยว</p> <p>โออิตะมีเป้าหมายในภาพรวมคือ การพัฒนาให้เป็นเมืองทันสมัยที่อยู่ร่วมกับภาคเกษตร</p> <p>ด้วยเหตุนี้ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร จึงเป็นสิ่งที่ละทิ้งไม่ได้และอยู่ในแผนพัฒนาเมือง สิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นจากเมืองโออิตะ ก็คือ เห็นความทันสมัยที่อยู่อย่างผสมผสานกับภาคเกษตร (และธรรมชาติ) </p> <p>ประการที่สอง</p> <p>โออิตะมีผู้ว่าฯมาจากการเลือกตั้ง การพัฒนาเมืองโออิตะจึงเป็นอิสระขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและงบประมาณของการปกครองส่วนท้องถิ่น การเป็นอิสระไม่ได้อิงนโยบายจากส่วนกลางทำให้สามารถหารูปแบบของตนเองได้อย่างคล่องตัวและยืดหยุ่น</p> <p>ประการที่สองนี่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการพัฒนาพื้นที่ การพัฒนาจังหวัด และการพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย</p> <p> ประการที่สาม</p><p> โออิตะมีหมู่บ้านท่องเที่ยวอยู่ก่อนแล้ว เช่น Ufu (ยูฟุ) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำพุร้อน และหมู่บ้านอื่นๆข้างเคียง (ไม่แนใจว่าอยู่ในโออิตะหรือไม่) ที่ทำเครื่องปั้นดินเผา (รู้สึกว่าชื่อ Arita --อะริตะ) เครื่องจักสาน เป็นต้น </p><p></p><p>สิ่งที่โออิตะทำ (เฉพาะตัวอย่างเด่นๆ)</p> <p style="margin-left: 38.25pt; text-indent: -20.25pt; tab-stops: list 38.25pt">1. อดีตผู้ว่าฯ ริเริ่ม “โครงการหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” บนหลักการสามประการคือ (1) จากท้องถิ่นสู่สากล (2) พึ่งตนเอง (3) พัฒนาคน เริ่มโดยการที่ผู้ว่าลงไปเดินทำความเข้าใจกับชาวบ้านด้วยตนเอง (เขาเน้นการพึ่งตนเอง การพัฒนาคน และการทำความเข้าใจหลักคิดของโครงการนะคะ)</p> <p style="margin-left: 18pt">ตัวชี้วัดของความสำเร็จของชาวบ้านที่ร่วมโครงการ คือ รายได้ที่มากขึ้นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเอง แต่ตัวชี้วัดความสำเร็จของจังหวัด คือ จำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และเป็นผลิตภัณฑ์ทีสร้างเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นได้ </p> <p style="margin-left: 18pt"> ดังนั้น ทองม้วนของหมู่บ้าน ก. จะต่างจาก หมู่บ้าน ข. ด้วยสูตรพิเศษบางอย่าง และไม่มีการให้คุณด้วยการให้ดาวอย่างบ้านเรา (เพราะตรงกันข้ามคือให้โทษแก่ผู้แพ้ที่ไม่ได้สี่ห้าดาว) ทองม้วนของหมู่บ้าน ก. ก็จะเป็นจุดขายสำหรับการท่องเที่ยวในหมู่บ้าน ก. ไม่ต้องไปแข่งกับหมู่บ้าน ข. คนก็ไปเที่ยวได้ทั้งหมู่บ้าน ก.และข. เพื่อไปชิมทองม้วนคนละสูตร</p> <p style="margin-left: 18pt">เมื่อพบสินค้าพื้นฐานของจังหวัด เช่น มะนาว จังหวัดก็สนับสนุนให้หน่วยงานวิจัยของรัฐหรือของท้องถิ่น คิดค้นพัฒนา แปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะนาวให้หลากหลาย ตั้งแต่ บิสกิต น้ำมะนาว ไวน์ และอื่นๆ (ทราบมาว่าเป็น 100 ชนิด) ชาวบ้านไปเลือกเรียนสูตรกันเองว่า อยากได้อะไรไปต่อยอดการแปรรูปมะนาวของตนเอง เป็นการใช้เทคโนโลยีผสานกับเกษตรได้ดี</p> <p style="margin-left: 18pt">2. สร้างพิพิทธภัณฑ์ ศูนย์เรียนรู้ที่มีชีวิต เช่น พิพิทธภัณฑ์ไผ่ ก็จะมีตั้งแต่ตัวอย่างต้นไผ่ทั่วญี่ปุ่นเป็น 10 ชนิด บอกลักษณะ ประโยชน์ใช้สอย แหล่งที่มี มีตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากไผ่ที่เป็นภูมิปัญญา และที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ไผ่ใหม่ๆทันสมัย ที่สำคัญคือ ในนั้น จะมีภาพและประวัติของปราชญ์ชาวบ้านที่รู้เรื่องไผ่ หรือ ช่างจักสานที่มีฝีมือของท้องถิ่นและของประเทศ พร้อมตัวอย่างงานฝีมือ สุดท้ายก็จะมีห้องเรียนสำหรับคนอยากฝึกหัดจักสานไผ่ด้วย</p> <p style="margin-left: 18pt">3. สร้างศูนย์เกษตรในพื้นที่กว้าง ที่มีตั้งแต่การทำเกษตรแบบพื้นบ้านไปจนถึง hydroponic (แบบไม่ใช้ดิน) มีพื้นที่ให้เด็กๆมาฝึกทำการเกษตรเพื่อให้เด็กสนุกและเกิดใจรัก (ตรงนี้ ภาคเอกชนของไทยอย่างฟาร์มโชคชัยก็ทำได้ดี)</p> <p style="margin-left: 18pt">4. สร้างความทันสมัยด้วยการสร้างสนามฟุตบอลไว้แข่งฟุตบอลโลก (สมัยนั้นที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกับเกาหลี) ดึงให้คนในประเทศและต่างประเทศได้รู้จักโออิตะ</p> <p style="margin-left: 18pt">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความสะอาดจะต้องรักษาไว้ ... ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีวิสัยทัศน์และการวางแผนที่ดี คิดว่าต้องใช้งบมากอยู่</p> <p style="margin-left: 18pt">ต่อคำถามว่า ...หาอ่านได้ที่ไหน.... อืมม...ไม่ค่อยเห็นเป็นภาษาอังกฤษนะ ที่เป็นภาษาไทยก็คือที่ตัวเองเขียนรายงานส่งสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติและที่บันทึกไว้เอง </p> <p style="margin-left: 18pt">สำหรับไทย จังหวัด หรือท้องถิ่นอาจไม่มีงบฯ ส่วนกลางอาจสนับสนุนงบประมาณ แต่ต้องให้ความยืดหยุ่นในการพัฒนาพื้นที่แก่จังหวัดหรือแก่หมู่บ้าน </p> <p style="margin-left: 18pt">การพัฒนาการท่องเที่ยว ต่างหมู่บ้านต่างพัฒนาจะแข่งกันเปล่าๆโดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้กัน ต้องพัฒนาให้เป็นเครือข่ายมากกว่า จะได้เกื้อหนุนกันและคนเที่ยวจะได้ไปเที่ยวได้หลายจุด</p> อย่างเราชอบเมืองนครศรีธรรมราชและคิดมาตั้งแต่ก่อน กระแสจตุคามรามเทพ ว่าเมืองนครฯมีของดี มีคุณค่าน่าเที่ยว น่าเรียนรู้อยู่มากทีเดียว <p style="margin-left: 18pt"></p>
สนใจเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของญี่ปุ่นครับ อ่านบทความของอาจารย์แล้วเห็นภาพบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของญี่ปุ่นชัดเจนขึ้นมากครับ
ขอบคุณครับอาจารย์
ได้ความรู้ และแนวทางการพัฒนาท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ทำไห้ทราบจุดด้อยของไทย ที่นำยุทธ์ศาสตร์เดียวกันมาใช้แต่ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร...
เข้ามาทักทายครับ
อาจารย์ ปัทมาวดี เรื่องโออิตะ นั้นสามารถหาอ่านในเชิงรายละเอียดได้จากหนังสืออะไรครับ เท่าที่อ่านในเชิงยุทธศาสตร์นั้นน่าทึ่งมากครับ คิดว่าถ้าเมืองไทยนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับศักยภาพของบ้านเรา และ วัฒนธรรมของไทย ... น่าจะได้เห็นอะไรดี ๆ เกิดขึ้น นะครับ
ขอบคุณคุณหมอ, คุณ join to know, และคุณทวีวัตร ค่ะ
ดิฉันไม่แน่ใจว่า ตอนนี้มีเอกสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษอะไรบ้าง แต่ที่เขียนคือมาจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ที่ไปเยี่ยมเมือง ไปคุยกับอดีตผู้ว่าฯ 2 ครั้ง และไปคุยกับชาวบ้านอีกหลายกลุ่มค่ะ
ที่จริงข้าราชการไทยไปดูงานที่โออิตะเยอะมากจนผู้ว่าฯ บอกว่า ไม่ต้องมาแล้ว ให้ชาวบ้านมาดีกว่า
ดิฉันคิดว่า จังหวัดก็ให้ข้อมูลเหมือนๆกัน ขึ้นอยู่กับว่าพวกเราที่ไปดูงานจะหยิบฉวยความคิดอะไรมาได้บ้าง เห็นประเด็นอะไรกันบ้าง และสามารถนำมาดำเนินการต่อในทางปฏิบัติได้แค่ไหนค่ะ
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ คุณภาพของประชากร วิธีคิด ระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และ spirit