เตียงนอนจึงเป็นที่ๆพ่อแม่ลูกมีปฏิสัมพันธ์คุยเล่น หยอกล้อ กันก่อนนอน

ชีวิตในแต่ละสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างยุ่งวุ่นวายมาก จนแทบไม่มีเวลาเข้ามาเขียนและอ่านบล็อก

  อย่างสัปดาห์นี้เช้าวันจันทร์ 30 เมษายน ก็ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปสอนศัลยกรรมข้างเตียงผู้ป่วย (Bedside teaching round) แก่นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 4 จำนวน 8 คน ของศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

              หลังจากนั้นไปเป็นประธานประชุมคณะกรรมการวางแผนและประเมินผลสาธารณสุขตากประจำเดือนเมษายนแทนนายแพทย์ สสจ.ตาก ช่วงบ่ายประชุมทีมงานโครงการวัณโรคของกองทุนโลกและโครงการความร่วมมือไทย-สหรัฐของจังหวัดตากเพื่อประเมิน ติดตาม สรุปผลและจัดทำโครงการปีต่อไปต่อด้วยโครงการมาลาเรียของกองทุนโลกจนเกือบ 4 โมงเย็นจึงกลับไปติดตามงานที่โรงพยาบาลบ้านตากจนห้าโมงเย็นจึงได้กลับบ้านพักและพาลูกๆไปในตัวเมืองตาก ค่ำๆก็เตรียมเอกสารประกอบการบรรยายของวิทยาลัยมหาดไทยและปรับปรุงเอกสารงานวิจัยเพื่อส่งตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการ

                     จนประมาณห้าทุ่มก็ไปเล่นกับลูกๆที่ไม่ยอมนอนเพราะรอจะเล่น กอด หอมแก้มพ่อก่อนนอน เตียงนอนจึงเป็นที่ๆพ่อแม่ลูกมีปฏิสัมพันธ์คุยเล่น หยอกล้อ กันก่อนนอน ช่วงนี้ผมแทบจะไม่ได้อ่านหนังสือให้ลูกฟังก่อนนอนเลย  

                     วันที่ 1 พฤษภาคม วันแรงงาน แต่ข้าราชการไม่ได้หยุด หลังทานอาหารเช้าที่คุณแม่ทำไว้ให้แล้วผมขึ้นไปทำงานบนโรงพยาบาลบ้านตากตั้งแต่ 7 โมงเช้า เดินตรวจตราบนอาคารโรงพยาบาล ลงนามในหนังสือราชการ เตรียมการติดตามงานต่างๆของโรงพยาบาล

                  จนประมาณ 9 โมงกว่าๆก็ไปตรวจรับงานก่อสร้างอาคารพักพยาบาลที่ด้านหลังโรงพยาบาลร่วมกับช่างคุมงาน วิศวกรจากกองแบบแผนและทีมตรวจรับงาน

                   พอประมาณ 10 โมงครึ่ง ก็ขับรถไปร่วมประชุมติดตามประเมินผลโครงการวัณโรค 5 อำเภอชายแดน ซึ่งทางกรมควบคุมโรคได้ส่งทีมงานมาติดตามประเมินโครงการซึ่งผมเป็นผู้จัดการโครงการอยู่และจะต้องตอบคำถามการประเมินโดยการสัมภาษณ์เกือบร้อยข้อจนเที่ยงครึ่งจึงได้ทานอาหารกลางวันพร้อมทั้งพูดคุยประเมินไปด้วย ทีมที่มาก็น่ารักมาก เป็นการติดตามประเมินที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเพราะมาอย่างกัลยาณมิตร มาเพื่อเรียนรู้ร่วมกัน

                      ประมาณบ่ายโมงครึ่งจึงเสร็จและผมก็รีบไปร่วมประชุมสภาวิชาการของวิทยาลัยชุมชนตากมนฐานะรองประธานสภาวิชาการซึ่งผมเองเข้าไปร่วมมีบทบาทเพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพทางวิชาการและการเรียนการสอนของวิทยาลัยฯและทางโรงพยาบาลบ้านตากเองได้มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรอนุปริญญาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ด้วย สิ่งสำคัญที่พยายามผลักดันแต่ก็ยังไม่เห็นผลในทางปฏิบัติคือการที่จะให้หน่วยจัดของวิทยาลัยฯใช้มาตรฐาน เนื้อหาวิชาและข้อสอบกลางร่วมกัน การประเมินมาตรฐานคุณภาพงานและการออกกติกาการเทียบโอนประสบการณ์ของผู้ที่มีอาชีพการทำงานอยู่แล้วให้มีความชัดเจนเพื่อลดภาระการเรียนซ้ำซ้อนและลดระยะเวลาการเรียนบางวิชาลงพร้อมทั้งขยายโอกาสไปถึงผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานแต่ไม่มีใบประกาศอย่างเป็นทางการ

                       เสร็จจากการประชุม 3 โมงครึ่งก็เดินทางต่อไปที่สนามบินสุโขทัยที่ห่างจากตากประมาณ 100 กิโลเมตรเพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปถึงตรงเวลาช้าที่สุดที่จะเช็คอินและขึ้นเครื่องลงสนามบินสุวรรณภูมิ มีรถของสถาบันส่งเสริมกิจการบ้านเมืองที่ดีมารอรับที่สนามบินเพื่อไปส่งต่อที่วิทยาลัยมหาดไทย อำเภอบ้านบึง ชลบุรี ถึงประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง คนขับรถชื่อพี่สะอาด เป็นคนขับรถที่มีอัธยาศัยดี ขับรถดี มีความรอบคอบ และมีจิตใจบริการดีมาก รถที่มารับเป็นรถที่สถาบันฯเช่ามาใช้ ไม่ได้ซื้อไว้เอง ส่วนคนขับรถก็จ้างเหมาอีกบริษัทหนึ่ง ทั้งรถและคนขับจึงไม่ใช่ของสถาบันฯโดยตรง ผมพักที่อาคารที่พักของวิทยาลัยมหาดไทยที่ทำเหมือนโรงแรมเพื่อเตรียมบรรยายในวันรุ่งขึ้นผมมีบรรยายเรื่องบทบาทของผู้บริหารภาครัฐในการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยมในหน่วยงานราชการ แก่ผู้เข้าอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 51 ในช่วงบ่ายวันที่ 2 พฤษภาคม จำนวน 3 ชั่วโมง

                     วันที่ 3 พฤษภาคม ผมมีงาน 2 งานที่พัทยา งานแรกคือบรรยายในเรื่อง R2R ให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มาอบรมวิชาการที่วอทยาลัยสาธารณสุขสิรินธรชลบุรีจัดขึ้นที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ ในช่วงเช้าและช่วงบ่ายร่วมนำเสนอผลงานเพื่อคัดเลือกผลงานวิชาการยอดเยี่ยมประจำปีของกระทรวงสาธารณสุขที่โรงแรมชลจันทร์ พัทยา แล้วเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

        วันที่ 4 ผมไปปฏิบัติงานที่สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุขและช่วงบ่ายเดินทางกลับตากเพื่อร่วมงานเลี้ยงรับเลี้ยงส่งเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลบ้านตาก

                    วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นวันคล้ายวันเกิดของภรรยาผม ปีนี้ผมจึงไม่ได้พาภรรยาและลูกๆไปทำบุญที่วัดเหมือนทุกปี ปกติแล้ววันคล้ายวันเกิดของทุกคนในครอบครัว เราจะไปทำบุญที่วัดดอยงูกัน แล้วไปไหว้พระบรมธาตุกับหลวงพ่อทันใจที่วัดพระธาตุ โดยก่อนที่จะออกไปไหว้พระนอกบ้าน ถ้าเป็นวันเกิดผมก็จะกราบเท้าและกอด หอมแก้มคุณแม่ก่อนทันทีที่ตื่นนนอนมาและให้ลูกๆไปกราบคุณย่าด้วย โดยผมจะบอกลูกทั้งสามคนว่า ถ้าไม่มีย่าก็ไม่มีพ่อ พอถึงวันเกิดของลูกๆก็จะให้เขากราบเท้าและหอมแก้มแม่เหมือนที่ผมทำและเขาก็จะกราบผมและย่าด้วยเช่นกัน คิดเอาไว้ว่าวันที่ 5 ก็จะพาภรรยาและลูกๆไปไหว้พระที่วัดพระบรมธาตุชดเชยวันที่ 4

                    ในแต่ละสัปดาห์ วิถีชีวิตก็จะทำงานหลากหลายทั้งชนิดและสถานที่ และต้องเดินทางบ่อยมากจนลูกคนเล็ก(น้องขลุ่ย) บ่นว่า ไม่อยากให้พ่อไปกรุงเทพฯแล้ว ขลุ่ยคิดถึงพ่อ