วันนี้เป็นวันที่จะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เพื่อไปศึกษาหาความรู้ที่วัดธรรมอุทยาน เมื่อวานได้อ่านหนังสือหลายเล่ม มีอยู่เล่มหนึ่งเขียนโดย ว.วชิรเมธี ซึ่งเป็นนามปากกาของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี ชอบอ่านหนังสือที่ท่านเขียน เพราะเข้าใจง่าย สนุก ได้หลักธรรม ข้อคิดดีๆ ในหนังสือธรรมะเกร็ดแก้ว มีหัวข้อเรื่องหนึ่งที่นำมาเป็นต้นเรื่องของบันทึกในวันนี้ ลองติดตามเรื่องราวดูนะคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง นำมาเล่าแบบย่อๆ ค่ะ
หลวงปู่ชา สุภัทโท สมัยที่ท่านยังเยาว์ ท่านมีความมุ่งมั่นในการภาวนาเป็นอย่างสูง ขยันเดินจงกรม และนั่งสมาธิจนร่างกายเจ็บป่วย แต่อาจารย์ของท่าน หลวงปู่กินรี จันทิโย กลับดูเหมือนไม่วุ่นวายกับจิตภาวนาอย่างเอาเป็นเอาตาย ท่านปฏิบัติสบายๆ นั่งสลับเดิน ทำงานในวัด กวาดลานวัด เย็บผ้า ซ่อมบริขาร ดูเผินๆ เหมือนไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทำจิตภาวนา จนหลวงพ่อชาคิดว่าอาจารย์ของท่านคงยังไปไม่ถึงไหน ไม่รู้เห็นอะไรเป็นแน่ เพราะขนาดท่านปฏิบัติอย่างหนัก ยังไม่รู้เห็นอะไรเลย แต่เมื่ออยู่กับครูบาอาจารย์นานเข้าท่านจึงเกิดการเรียนรู้ได้เองว่า การปฏิบัติธรรมกับรูปแบบในการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นคนละเรื่องกัน เพราะมีอยู่วันนึง หลวงปู่กินรีให้หลวงพ่อชาซ่อมจีวรเก่าของท่าน หลวงพ่อชาก็รีบรีบทำให้เสร็จเพราะจะรีบกลับไปภาวนาต่อ หลวงปู่กินรีจึงถามว่า “ท่านจะรีบไปไหน” ท่านก็ตอบว่าจะไปทำหลายเรื่องที่ตั้งใจไว้ หลวงปู่กินรีจึงบอกว่า “การเย็บจีวร ก็เป็นการภาวนา ท่านจะรีบไปไหนเล่า ทำอย่างนี้มันเสียแล้วนี่ ความอยากเกิดขึ้นท่วมหัว ท่านไม่รู้เรื่องของตัวเอง....” หลังจากนั้นท่านจึงได้รู้ว่า การทำงานก็คือการปฏิบัติธรรมนั่นเอง และเป็นเวทีให้ศึกษาธรรมอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุด
การปฏิบัติธรรมมิได้ถูกสงวนไว้สำหรับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งไม่จำเพาะวิธีการ หากแต่การได้ซึมซับถึงความสุขและอิสรภาพทางปัญญาขึ้นอยู่กับคนแต่ละคนที่จะรับรู้ สัมผัสได้ด้วยตนเอง การศึกษา ปฏิบัติธรรมจึงเป็นเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิต ไม่สามารถแยกชีวิตกับงาน และการปฏิบัติธรรมออกจากกัน หากจับหลักได้ อยู่ที่ไหนก็ศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรมจนกระทั่งบรรลุธรรมได้
เหตุที่เขียนบันทึกนี้เพราะจำได้ว่ามีใครคนหนึ่งในกลุ่มคนที่เคยไปวัดมาแล้ว พูดประโยคเดียวกันนี้ว่า ”การไปวัดปฏิบัติธรรม ไม่ได้เน้นย้ำว่าต้องไปสวดมนต์ นั่งสมาธิ ภาวนา” ก็อยากรู้เหมือนกันว่า สามวันข้างหน้านี้จะเป็นอย่างไรบ้าง จะกลับมาบันทึกประสบการณ์ต่อไปให้คนที่ไม่ได้ไปได้เห็นภาพอย่างเราบ้าง โดยเฉพาะน้องๆ ที่เป็นคุณอำนวยในกลุ่มธุรกิจของเราแหล่งที่มา : ขอกราบขอบพระคุณท่าน ว.วชิรเมธี ที่แต่งหนังสือ ธรรมะเกร็ดแก้ว เป็นบ่อเกิดสำหรับบันทึกนี้ค่ะ
เมื่อกลับมาจากปฏิบัติธรรมที่วัดป่าธรรมอุทยาน ก็ยิ่งมั่นใจว่า หากเราทำงานใดๆ ก็ตาม มีจิตสงบ ควบคุมสมาธิให้จดจ่อกับงานที่ทำ โดยปราศจากจิตอกุศล ไม่นึกตำหนิผู้อื่นในขณะที่ทำ ก็จะได้บุญกุศลแล้ว แต่หากเราทำไปบ่นไป นึกตำหนิคนอื่นว่าทำไมไม่มาช่วยกันทำงาน ใครนะกินน้ำไว้แล้วไม่ยอมล้างแก้ว ทำไมไม่มีคนมาเก็บแก้วที่ล้างไว้ แบบนี้เรียกว่าจิตตกแล้ว ทำไปก็ไม่ได้ธรรม