เมื่อผมมาถึงที่พญาไท 1 ผมได้รับการแต่งแผล โดยตัดเนื้อตายรอบๆ แผล ที่ห้องผ่าตัดเล็ก เพื่อทำให้ผิวหนังมีโอกาสขยาย มาปกคลุมเนื้อได้
ครั้งนี้ผมขอพูดถึง " การรักษาแผลกดทับ " จนหาย และการระวัง-รักษา จนถึงปัจจุบัน


<div>ผมเป็นแผลกดทับจาก รพ. ที่ 2 เมื่อมาถึงพญาไท 1 จึงได้รับการรักษาจนดีขึ้นมาก และหายสนิทที่บ้าน ดังนั้นผมขออธิบายตามลำดับดังนี้

</div>
<div>
</div><div>ภาพวาดตำแหน่งของแผล ที่บริเวณก้นกบ ขนาดประมาณ 3 นิ้ว</div><div>1. เมื่อผมมาถึงที่พญาไท 1 ผมได้รับการแต่งแผล โดยตัดเนื้อตายรอบๆ แผล ที่ห้องผ่าตัดเล็ก เพื่อทำให้ผิวหนังมีโอกาสขยาย มาปกคลุมเนื้อได้
</div><div>2. ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ (Normal Saline Solution) เข้มข้น 0.9 กรัม/100 มิลลิลิตร เพราะจะไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อ</div><div>3. ใช้ผ้าก๊อตบางๆ ปิดแผล ด้วยไมโครพอร์ ซึ่งเป็นเทปแต่งแผลชนิดเยื่อกระดาษ ที่ไม่ระคายเคืองผิว แต่ใช้ได้สักพัก ก็เลิกใช้ ใช้เพียงผ้าห่มปิดคลุมไว้เท่านั้น</div><div>4. ทานไข่ขาว วันละ 3 ฟอง เพื่อให้อะบลูมินจากไข่ขาว ช่วยให้ผิวหนังเร่งสร้างเนื้อเยื่อ</div><div>5. เมื่ออาการไข้ จากการติดเชื้อไม่ดีขึ้น จึงผ่าตัดปิดแผล เร็วกว่ากำหนด โดยมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้</div>

<div>
</div>
A. กรีดหนังรอบๆ แผล แล้วดึงเข้ามารวมที่กึ่งกลางแผล เย็บหนังเชื่อมถึงกัน กับแนวกรีดเดิม คือเป็นการยืดผิวหนังนั่นเอง ซึ่งวิธีนี้ ทำให้ไม่ต้องนำผิวหนังบริเวณอื่นมาปิดแผลกดทับ



<div>B. แต่เมื่อเย็บผิวหนังที่ถูกยืดแล้ว ผมเข้าใจว่า คุณหมอคงมีเหตุผล ด้านเทคนิค หรืออะไรก็ไม่ทราบ เช่น ขณะผ่าตัดอาจมีข้อจำกัดเรื่องการยืดผิวหนัง จึงทำให้มีช่องว่างตรงกลางตามภาพ</div>
<div>6. แต่หลังจากดูแลรักษาต่อเนื่อง รวมถึงทานไข่ขาวทุกวัน ทำให้เนื้อเยื่อเข้ามาทดแทนจนเต็ม แต่เมื่อกดแผลตรงกลางจะพบว่า ยังคล้ายๆ ว่ายังบุ๋มอยู่นิดหน่อย</div>
<div>7. หลังผ่าตัดอาการติดเชื้อยังไม่ดีขึ้น จึงดึงด้ายเย็บแผลไปเพาะเชื้อ เพื่อตรวจชนิดของเชื้อ </div>
<div>8. ขณะรักษา ก่อนผ่าตัด และหลังผ่าตัด ได้รับการรักษาอาการติดเชื้อด้วยยาปฏิชีวนะ โดยฉีดเข้าไปผสมกับน้ำเกลือที่ผมได้รับทางสายยาง จนอาการติดเชื้อดีขึ้น และเปลี่ยนเป็นยาเม็ด จนเลิกทานยา ปัจจุบันก็ไม่ไดทานยาฆ่าเชื้อแบบเม็ด</div>
<div>9. ตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาล และ2 เดือนแรกที่กลับมาอยู่ที่บ้าน ผมนอนตะแคงซ้าย-ขวา ตลอด เพื่อไม่ให้กระทบกับแผล และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อผิวหนัง</div>
<div>10. เตียงลมมีความสำคัญมาก เพราะต้องนอนตะแคง ถ้าเป็นเตียงธรรมดา คงจะทรมานมากกว่านี้</div>
<div>11. ดูแลเรื่องการทานอาหารให้ดี ไม่ทำให้ท้องเสีย เพราะถ้าอุจจาระเป็นน้ำ และมีเชื้อโรคมากกว่าปกติ อาจทำให้แผลติดเชื้อ หรือต้องนำเทคนิคเอาบลูแพด มาปิดแผลเพื่อไม่ให้อุจจาระโดนแผล</div>
<div>12. เมื่อแผลเริ่มดีขึ้น ให้ลดปริมาณการทานไข่ขาวลง เหลือ 2 และ 1 ตามลำดับ โดยขอคำแนะนำจากแพทย์</div>
ครั้งต่อไปผมขอธิบายเกี่ยวความเสี่ยงต่อโรคต่อเนื่อง จากการเป็นผู้ทุพพลภาพครับ
<div>
</div>
<div>ขอบคุณครับ
</div>
<div>ปรีดา ลิ้มนนทกุล
mobile : 089-6910225
Tel। & Fax.: 02-9232724
email : [email protected]
</div>