ทพญ ฉลอง เอื้องสุวรรณ
ทพญ. ฉลอง ทพญ ฉลอง เอื้องสุวรรณ เอื้องสุวรรณ

การดูแลสุขภาพช่องปากในผู้ป่วย Down’s Syndrome


ทันตแพทย์ไม่ควรรีบร้อน การรอคอยให้ผู้ป่วยพร้อมที่จะให้เราได้รักษาด้วยความเต็มใจ จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อเด็ก ในการมารักษาครั้งต่อไปได้

                   วันนี้เจอผู้ป่วยที่เป็นโรค Down’s Syndrome อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม โดยเราสามารถสังเกตได้ง่าย เนื่อง่จากเด็กที่เป็นโรคนี้จะมีลักษณะคล้าย ๆ กันคือตาห่าง ดั้งจมูกแบน นอกจากนี้พัฒนาการทางสมองจะช้ากว่าเด็กปกติมาก และไม่สามารถเรียนรู้ได้เท่ากับเด็กปกติ สำหรับรายนี้ผู้ปกครองให้การดูแลดีมาก และสอนให้เรียนด้วย ผู้ปกครองไม่ได้ให้เข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไป แต่รายนี้เรียนรู้ได้ดี สามารถปฏิบัติตามคำสั่งดี
                 เด็กคนนี้มาด้วยอาการกลัว และปฏิเสธการรักษา โชคดีที่เขาเชื่อฟังพี่สาวของเขา ก็เลยจขอมให้ตรวจฟัน
 ผู้ป่วยรายนี้สุขภาพช่องปากได้รับการดูแลดีมาก แม่บอกว่าจะแปรงฟันให้ตั้งแต่เด็ก ๆ ตรวจดูในช่องปากมีการเคลือบร่องฟันทุกซี่ และไม่มีฟันผุ มีแต่เฉพาะหินปูนบริเวณด้านแก้ม เนื่องจากผู้ป่วยแปรงบริเวณนี้ได้ไม่ดีเท่าใดนัก
                อาการกลัวในเด็กคนนี้มีมาก เช่น เวลาปรับเก้าอี้ก็สะดุ้ง  ในการดูแลเด็กพวกนี้จึงควรนุ่มนวล พูดจาช้า ๆ และสุภาพ เต็มไปด้วยความรักความเมตตาอย่างสูง สัมผัสที่......ก็ควรจะนุ่มนวลเหมือนแม่เขาดูแลลูก เพื่อลดอาการกลัวและก่อนทำการรักษาใด ๆ ก็ควรอธิบายให้ผู้ป่วยทราบก่อนว่าจะทำเพื่ออะไรอย่างไร เพราะเขารู้เรื่อง เพื่อจะช่วยลดอาการกลัว และยอมให้เรารักษาแต่โดยดี โปรดอย่านึกว่าเขาพูดไม่รู้เรื่อง เราจะทำอะไรก็ได้ และควรให้แม่หรือคนที่เขาเชื่อฟังนั่งอยู่ใกล้ ๆ อาจจะช่วยจับมือให้กำลังใจ จะช่วยลดอาการกลัวเขาได้มากยิ่งขึ้น หรืออาจจะช่วยให้หมอสามารถให้การรักษาได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย
                 วันนี้ก็สามารถขูดหินปูนผ่านไปได้อย่างราบรื่น และเคล็ดลับอีกอย่างคือ ทันตแพทย์ไม่ควรรีบร้อน การรอคอยให้ผู้ป่วยพร้อมที่จะให้เราได้รักษาด้วยความเต็มใจ จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อเด็ก ในการมารักษาครั้งต่อไปได้ เพราะบางทีหมออาจจะตัดบทว่า ผู้ป่วยไม่ยอมให้การรักษา ก็อาจจะส่งผลให้สุขภาพช่องปากของเด็กแย่ลงไปเรื่อย ๆ
                  แต่หากว่าผู้ป่วยไม่ยอมจริง ๆ เราก็แนะนำให้รักษาภายใต้ยาสลบได้ แต่ไม่ควรปล่อยให้โรคที่เป็นอยู่ดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการรักษา เพราะจะทำให้เกิดผลเสียโดยรวมต่อระบบอื่ นๆ ในร่างกายได้
                สิ่งสำคัญที่ควรเน้นย้ำ คือการดูแลสุขภาพช่องปาก โดยการแปรงฟันให้สะอาด ลดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาล และหมั่นมาตรวจสุขภาพในช่องปากทุก 6 เดือน และผู้ปกครองควรเอาใจใส่ในการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นพิเศษ
คำสำคัญ (Tags): #ปฎิเสะการรักษา
หมายเลขบันทึก: 93259เขียนเมื่อ 29 เมษายน 2007 19:38 น. ()แก้ไขเมื่อ 30 พฤษภาคม 2012 21:45 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (1)
เฮ้อ....เก่งจังค่ะ ดีที่ได้คนไข้ที่มีคุณแม่ดีๆนะคะ นึกถึง case อื่นๆคุณหมอคงต้องฝึกตั้งสติ รวบรวมเมตตากันอย่างสูงเลยนะคะ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี