การเพิ่มช่องทางการเรียนรู้ เท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ให้กว้างขวางขึ้น ช่องทางที่ว่าที่คือ การเปิดโรงเรียนทางสาย (OnLine) หรือโรงเรียนที่เรียนผ่านเครือข่าย Internet

    ปีนี้ได้รับมอบหมายในเชิงนโยบายว่า ทำอย่างไรที่จะให้ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอทั้งหมดประมาณ 300 กว่าแห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี website สถานศึกษา หรือ School Online การบ้านนี้เหมือนว่าง่าย แต่ยาก
    ที่ว่าง่ายก็เพราะเมื่อเข้าไปสำรวจแล้ว พบว่า ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอจำนวนมากมี website แล้ว มีไม่มากนักที่ยังไม่มี website แต่ทีว่ายากก็คือ เป็น website ที่ไม่มีอะไร ถ้าเปรียบเหมือนโรงเรียนก็คือบางแห่งเป็นโรงเรียนที่มีแต่ตัวอาคารเรียน บางแห่งก็ยังสร้างไม่เสร็จ บางแห่งมีแต่วัสดุมากองไว้ยังไม่ได้สร้าง แต่มีหลายแห่งที่สร้างและมีคนดูแลแล้ว มีกิจกรรมบ้างนิดหน่อย แต่ยังไม่เปิดการเรียนการสอน
    แนวทางในการสร้าง School Online ได้เตรียมวางแนวทางไว้แล้วตั้งแต่ปีงบประมาณที่แล้ว โดยเริ่มจากสร้าง School Website ในระดับจังหวัดก่อน เมื่อสร้างได้แล้ว เริ่มสร้างระดับอำเภอ โดยอำเภอใดที่ไม่มีผู้มีความรู้เฉพาะ ในการสร้าง web เปรียบเหมือนกับไม่มีความรู้ในการสร้างบ้าน ก็เอาบ้านสำเร็จรูปไปใช้ นำไปวางปับ ใน Server ใช้งานได้ทันที มีอาคารเรียนทันที ต่อจากนั้นก็เริ่มนำเอาเฟอร์นิเจอร์เข้าไปตกแต่ง คือ การปรับปรุง website เมื่อปรับปรุงใช้ได้แล้ว ก็เริ่มมีกิจกรรมต่างๆ คือการเพิ่มเติมข้อมูลต่างๆ เข้าไปใน website
    ความเป็นไปได้ จากการประเมินความก้าวหน้าจากที่ผ่านมา 1 ปี พบว่า มีความก้าวหน้าไปมากในการสร้าง Website แต่ยังก้าวหน้าไม่เท่าไร ในการจัดกิจกรรมผ่านทาง website เพื่อเป็นกิจกรรมสนับสนุนการเรียนการสอน
    การดำเนินการในปีนี้ เริ่มจะหาแนวทางร่วมกันว่า School Online จะต้องมีอะไรบ้าง เช่น มีระบบ e-Learning สำหรับกิจกรรมการเรียนการสอน มีห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ มีสื่อการเรียนรู้ มีระบบการบริหารจัดการ มี........
    เมื่อมีส่วนต่างๆเหล่านี้แล้ว ก็เปิดให้บริการสำหรับกลุ่มเป้าหมาย ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะใช้ระบบนี้เพื่อการเรียนรู้ ซึ่งคิดว่า ในปีนี้ คงเห็นความก้าวหน้าของ School Online ไปอีกระดับหนึ่ง