บันทึกนี้ KM-inside มน.ค่อนข้างชัดครับ

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2550 (ช่วงเที่ยงและบ่าย)

      กว่า 11 โมงครึ่งแล้ว ผมเดินไปทานอาหารกลางวันที่เต้นท์ พบว่าวันนี้มีอาหารเจ ที่น่าทานมาก ทราบภายหลังว่า แม่ครัว ทานเจ 3 คน มีแม่ ลูกสาว และลูกเขย ส่วนพ่อเป็น เจเล.. พอมาวันนี้มีบุญสัมพันธ์มาพบกัน จึงตั้งใจทำอาหารเจมาให้ทานเป็นพิเศษ

     ผมมานั่งรอคุณวิภา เพื่อทานอาหารร่วมกัน แต่คุณวิภามาตอนเที่ยง เข้าใจว่าไปรอคุณหมอตรวจคนไข้ให้เสร็จก่อน แล้วก็พามาทานข้าวร่วมกัน คุณหมอเหนื่อยมากและคงหิวมากด้วย จึงทานอาหารไป 3 จาน (น้อยๆ) เจริญอาหารดี

    พอทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย อาจารย์วิชาญก็มาคุยถึงเรื่องงานที่จะให้ผมไปช่วยช่วง 12-13-14 กันยายนนี้ เป็นการนำ KM ไปประยุกต์ใช้ในศูนย์เทคโนโลยีอวกาศระดับประเทศ.. โดยจะยกช่วงงานกลางคืนให้ผม ส่วนงานตอนเช้าให้ทีมงานหน่วยประกันคุณภาพ และมีคุยกันถึงเรื่องที่อ.วิชาญ อยากเอาผึ้งไปเลี้ยงไว้ดูเล่น สัก 10 กล่องเล็กๆ, พูดถึงการใช้ GIS ในการติดตามการอพยพของผึ้ง.. ขณะนี้มีนักศึกษาปริญญาโทของ มช. คนหนึ่งกำลังทำวิทยานิพนธ์แหล่งเลี้ยงผึ้งของประเทศไทย โดยใช้ข้อมูล GIS.... เราคุยกันจนบ่ายเศษๆ ก็แยกย้ายกันไป (KM-inside)

     ตอนบ่ายคุณวิภานัดทางคณะครู โรงเรียนบ้านศิลา ให้มาชม VCD พร้อมกับผม ตอนบ่ายแต่ลืมถามเวลาว่ากี่โมง (ทราบภายหลังว่าบ่ายสอง)   ผมเดินมาผ่านห้องสหเวช 2 พบว่าไม่มีผู้ใช้บริการเลย เขาเลยเชิญชวนให้ผมเข้าไปใช้บริการ

     ก่อนใช้บริการขอเล่าเรื่องของห้องสหเวชก่อน ที่สหเวชฯ ต้องมี 2 ห้อง เพราะว่า สหเวช1 เป็นของสาขาเทคนิคการแพทย์บริการเจาะเลือดเพื่อตรวจผลทางปฏิบัติการ ส่วนสหเวช2 เป็นของสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกกับกายภาพบำบัด ให้บริการเกี่ยวกับเรื่องการตรวจคลื่นหัวใจ วัดความดัน และทำกายภาพบำบัด

     ผมวัดความดันขณะเหนื่อยกับขณะพัก ได้ค่าตัวเลขตัวแรก เป็น 132 กับ 123 ตามลำดับ วัดค่าตัวเลขหลังได้ประมาณ 77  แสดงว่าตัวเลขตัวแรกมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมของคนไข้ในขณะนั้น ส่วนหัวใจผมเต้นประมาณ 76 ครั้งต่อนาทีปกติ  ที่น่าประทับใจคือขณะนี้เรามีเครื่องมือที่ใช้ตรวจวัดมวลไขมันที่สามารถทราบผลได้ภายในหนึ่งนาทีด้วย นับว่าเป็นความทันสมัยอย่างมากเลยทีเดียว..

     พอผมเข้ามาตรวจ ก็เหมือนเรียกลูกค้า คุณครูที่โรงเรียน ตามมาตรวจอีกหลายคนเลยทีเดียว ทำให้ส่วนของคณะสหเวช2 ได้เก็บข้อมูลงานวิจัยภาคสนามไปด้วย

    ผมเลยได้มีโอกาสนัดคุณครูอีกครั้งให้ไปชม VCD ตอนบ่ายสอง  ผมไปสังเกตห้องพยาบาล ช่วงบ่ายไม่มีลูกค้าจากชุมชนมาร่วมสรุปแนวทางแก้ไขปัญหา แต่ได้กลุ่มอสม.มาช่วยแก้ปัญหาก่อน วันรุ่งขึ้นผู้นำชุมชนอาจมาร่วมแก้ปัญหาด้วยอีกครั้ง

    บ่ายสอง ผมก็มาห้องสังคมศาสตร์ วานอ.สน เปิด VCD เรื่อง "ครูสมพร..สอนลิง" ให้คณะครูได้ชม.... ท่านผอ.โรงเรียนบ้านศิลา (นายอภิชาติ ภักดีสาร)ก็ดีใจหาย กรุณาเรียกคนที่อยู่ด้านนอกเข้ามาชม VCD ด้วยกัน ผู้ชมจึงล้นหลามพอสมควร (ภาพด้านล่าง อ.สน เป็นตากล้อง)

beeman+ผอ.อภิชาติ ภักดีสาร ชม VCD ครูสมพร
ผม+อ.คณะนิติศาสตร์+คณะครู+ชาวบ้านกำลังชม VCD ครูสมพร 
 ภาพเบื้องหลังสู่เบื้องหน้าเห็นลิงอยู่ในจอ

    ท่านผอ.ท่านชมจนจบเรื่อง ผมก็กระซิบให้ช่วยถามความเห็นคุณครูที่เหลืออยู่ว่า ชมแล้วชอบตอนไหนบ้าง ซึ่งท่านผอ.ก็ OK    (ช่วงนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว หลายหน่วยงานไม่มีลูกค้าเก็บของกันกลับแล้ว แต่ VCD ของผมยังเหลือเวลาอีก 10 กว่านาที รวมทั้งจะต้องทำ AAR เล็กๆ ด้วย พอสามโมงกว่า รถบัสก็ออกตัวกลับไปที่พักแล้ว ขณะที่หน่วยสุดท้ายคือ คณะแพทย์ที่ตรวจโรคผิวหนังยังไม่เสร็จ แต่ยังมีรถตู้รอ Standby อีก 2 คัน)

     ผมเก็บประเด็นการ ลปรร. ของคุณครู หลังจากดู VCD เรื่องครูสมพรแล้ว มาเล่าสู่กันอ่านดังต่อนี้..

  • คุณครูสมคิด วัฒนะ : ประเมินเด็กนักเรียนจากพฤติกรรมที่ปฏิบัติได้ และคุณครูต้องมีความอดทน
  • ครูสุรีย์ มูลเขียน : การเรียนรู้ เด็กนักเรียนต้องสัมผัสจากของจริง และคุณครูต้องอดทนและขยัน
  • ครูบุศรากร สำราญถิ่น : ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่สั่งอย่างเดียว
  • ครูรำพร สารีคำ : ครูต้องให้ความรัก ก่อนให้ความรู้
  • ผอ.อภิชาติ ภักดีสาร : การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ต้องมีขั้นตอน

    (KM-inside) เป้าหมายผมมิได้อยู่ที่ อ.สน แต่ อ.สน สนใจ VCD เรื่องนี้มากเพราะอยากเอาไปใช้สอนนิสิต ขณะเดียวกันได้ยินเรื่อง KM ก็สนใจเป็นอย่างยิ่งด้วย จึงสนใจที่จะมาเรียนรู้ KM และ เรื่อง blog จาก beeman ด้วย

     เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป โปรดติดตามตอน ๔ นะครับ

beeman by Apinya