จากการที่ได้เข้าร่วมในงานรวมพลคนเขียนบล็อกของมหาวิทยาลัยนเรศวร ครั้งที่สอง ก็รู้สึกว่าตนเองได้เข้าใกล้คำว่า KM มากขึ้นเหมือนจะเริ่มเห็นชัดมากขึ้นจากที่เมื่อก่อนมันจะไม่ค่อยชัดเจนมากนักค่ะก็จะขอ เล่าสิ่งที่ได้รับมาในวันนี้ไม่รู้ว่าจะถูกจะผิดนะคะ
ข้อ1 KM คืออะไร
ตามความเข้าใจของผู้เขียนก็คือแปลตามคำเลยก็คือการจัดการความรู้นั่นเองซึ่งมีขั้นตอนหรือรูปแบบคือ
การมองปัญหาการหาปัญหาให้เจอ ดูว่ามีปัญหาอะไรบ้างที่ต้องการแก้ไข และมาดูต่อไปว่าเป้าหมายของเราเมื่อแก้แล้วเราต้องการให้ผลลัพธ์ที่แก้แล้วออกมาเป็นยังไง เมื่อเรารู้เป้าหมายแล้วรู้ปัญหาแล้วก็นำมาปรึกษากันใช้ความรู้ของตนเองที่มีอยู่ออกมาแลกเปลี่ยนกันต้องเปิดใจยอมรับความรู้ของคนอื่นด้วย และบางทีความรู้ของเราอาจไม่เพียงพอก็จะต้องมีการรับความรู้จากภายนอกเข้ามาร่วมด้วยแต่เราก็ต้องนำมาปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของเราด้วย
เมื่อเรามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างเดียวก็คงจะไม่เพียงพอคงจะต้องมีการลงมือปฏิบัติ เมื่อเราได้ความรู้แล้วก็นำมาปฏิบัติ เราจะได้เห็นว่าเราทำได้มั้ย ถ้าทำได้เราทำอย่างไร เก็บความรู้นั้นไว้พัฒนาให้ดีขึ้นหรือนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกหรือสามารถนำไปแบ่งปันความรู้ให้กับผู้ที่รู้น้อยกว่าได้ หรือถ้าผลออกมาว่าเราทำไม่ได้เราก็ต้องมาดูว่าทีเราทำไม่ได้เพราะอะไรเราจะได้มาปรึกษากันมาร่วมกันแก้ไขปัญหานั้นอีกต่อไป
และเมื่อมีปัญหาใหม่เข้ามาหรือเมื่อเราเจอปัญหาใหม่เข้ามาเราสามารถนำความรู้ที่เรามีอยู่ออกมาใช้ได้หรือบางครั้งอาจจะต้องมีการเรียนรู้เพิ่มขึ้นหรือว่ารับความรู้จากภายนอกเข้ามาด้วย
ข้อ 2ใช้ KM แล้วได้อะไร
ที่แน่นอนก็คือได้รับความรู้ทั้งจากภายในตัวของเราบางทีเราอาจจะไม่รู้ตัวว่าภายในตัวเราก็มีความรู้อยู่ และความรู้จากผู้อื่น เราต้องเปิดใจยอมรับความรู้ของคนอื่น โดยเราสามารถนำมาเลือกที่จะใช้เลือกที่จะปฏิบัติได้
การพัฒนาความรู้ของบุคคลหน่วยงาน เมื่อเรามีการปรึกษามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อย ๆเราก็จะมีการพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อมีปัญหาเราก็จะมีการคิดการแลกเปลี่ยนความรู้อีก ไปสู่ความสำเร็จต่อไปอีก
ข้อ 3 ปัจจัยสู่ความสำเร็จ
ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะต้องมีคนเป็นองค์ประกอบ มาช่วยกันคิดมาช่วยกันมองปัญหา มาเปิดรับปัญหา รับความคิดของคนอื่น คือทุกคนต้องเปิดใจรับความรู้รับปัญหาที่เข้ามา และพร้อมที่จะแก้ปัญหาไปพร้อมกัน พร้อมที่จะรับความรู้ที่มาจากคนอื่น และมีใจพร้อมที่จะมอบความรู้ที่ตนมีให้กับคนอื่นเช่นกัน
และเวลาในการทำKM อย่างในVCD จะเห็นว่าโครงการข้าวขวัญชาวบ้านจะรวมตัวกันอาทิตย์ละครั้งเพื่อมาแลกเปลี่ยนความรู้กันทดลองปฏิบัติกัน
มีสภาวะแวดล้อมเหมาะสมคนที่ทำร่วมกันต้องมีใจไปด้วยกัน มีสถานที่ บรรยากาศ
ทุกคนจะมีความรู้ที่จะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และเมื่อได้ข้อสรุปความรู้แล้วก็จะต้องมีการเก็บรวบรวมความรู้นั้นไว้และนำออกมาใช้ได้และอาจจะแบ่งปันความรู้ให้กับคนอื่นด้วย สร้างเครือข่ายความรู้ให้แพร่หลายออกไป
ที่เล่ามานี่ก็คือสิ่งที่ผู้เขียนได้รับมาจากการอบรมในตอนเช้าของวันนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะถูกจะผิดอย่างไรถ้าใครมีคำแนะนำก็บอกกันได้นะคะ