ระบบสวัสดิการชุมชนน่าจะเป็นทั้งเป้าหมายและวิธีการของศก.พอเพียงที่เป็นรูปธรรมของชุมชน

วันที่ 11 เมษายน ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมชุดประสานงานวิจัย platform องค์กรการเงินและสวัสดิการชุมชน   ที่สนับสนุนโดย สกว. ซึ่งจัดขึ้นที่ ห้องประชุม หน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กรุงเทพฯ

งานนี้ เราทำหน้าที่เป็นผู้บันทึกการประชุม  จึงต้องขออนุญาตท่านผู้ประสานงาน platform คือ อ.ภีม ภคเมธาวี จาก ม.วลัยลักษณ์ มา ณ ที่นี้ โดยจะนำบางประเด็นที่พูดคุยกันในเวทีมาลงบล็อคเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

งานนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน ทั้งจากชุมชน จากกระทรวงการคลัง  พอช. พม. สทบ. ธกส. สกว. และนักวิชาการ  ในภาคเช้า ทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง

ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรการเงินกับสวัสดิการ  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นว่า องค์กรการเงินชุมชนกับสวัสดิการชุมชนมีความสัมพันธ์กัน   แต่บางท่านก็ตั้งคำถามให้พิจารณาว่า  องค์กรการเงินชุมชนกับสวัสดิการชุมชนสัมพันธ์กันอย่างไร</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ในความเห็นของอาจารย์อภิชัย พันธเสน   องค์กรการเงิน คือ input   สวัสดิการคือ output   ตรงกลางมี process ทีสำคัญคือ การยกระดับจิตใจ   การลดรายจ่าย   ขีดความสามารถในการเพิ่มรายได้</p>

(ในความเห็นของ อ.ภีม ระบบสวัสดิการชุมชนน่าจะเป็นทั้งเป้าหมายและวิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นรูปธรรมของชุมชน)  

การพัฒนาคน  พัฒนาจิตใจ

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ประเด็นการพัฒนาคน พัฒนาจิตใจ  เป็นประเด็นที่ที่ประชุมให้ความสำคัญ  แต่ไม่มีการพูดถึงกระบวนการและการประเมินผลมากนัก    มีเพียงตัวอย่างของพระอาจารย์มนัส จากจันทบุรีที่มีแผนว่าจะใช้เงื่อนไขอบายมุข   เป็นตัวลดสวัสดิการของสมาชิกที่ยังลดละเลิกไม่ได้   ที่ประชุมมองการพัฒนาคนสัมพันธ์กับการเรียนรู้ตัวเอง  การลดรายจ่าย  และการใช้บัญชีครัวเรือนเป็นเครื่องมือ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การบูรณาการ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ที่ประชุมพูดถึงการบูรณาการใน 3  ประเด็นคือ    การบูรณาการเชื่อมโยงหน่วยงานในพื้นที่  การบูรณาการกองทุน   และการบูรณาการกิจกรรม</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          การบูรณาการเชื่อมโยงหน่วยงานในพื้นที่   ที่ประชุมไม่ได้เสนอรูปธรรมของวิธีการบูรณาการหน่วยงาน   แต่จะกล่าวถึง การบูรณาการองค์กรการเงินชุมชนในระดับตำบล  ระดับอำเภอ หรือระดับจังหวัด  โดยเครื่องมืออาจเป็นการจัดการความรู้    ภาคีที่ถูกกล่าวถึงมากว่าควรมีบทบาทเพิ่มขึ้นจากในปัจจุบัน  คือ  ภาคีวิชาการ  และภาคีที่ทำงานด้านกฎหมาย  โดยมีข้อเสนอว่าควรเกาะติดพื้นที่  เรียนรู้ร่วมกับชาวบ้าน  และติดอาวุธความรู้ด้านการบริหารจัดการ (เช่น การบริหารความเสี่ยง) และด้านกฎหมายให้ชาวบ้าน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ประเด็นที่ว่า  ชาวบ้านควรบริหารจัดการกองทุนเอง หรือ ร่วมมือกับหน่วยงาน เช่น ธกส. (ฝากเงินที่ ธกส. และให้ธกส.ดูแลบัญชี) ยังเป็นประเด็นที่ที่ประชุมเห็นต่างกัน   แต่มีข้อเสนอว่า ผลกำไรที่ ธกส.ได้ควรส่งกลับสู่ชุมชน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">การบูรณาการกองทุน    มีการกล่าวถึงประโยชน์ของการบูรณาการกองทุนใน 2  เรื่อง คือ เพื่อลดการกู้หมุนเวียน และเพื่อเป็นกองทุนสวัสดิการ     ที่น่าสนใจคือข้อคิดเห็นของคุณวาทการ จากกรมการพัฒนาชุมชนที่ชี้ว่าการรวมกองทุนอาจมีอุปสรรคเนื่องจากวัตถุประสงค์ต่างกัน  กติกาต่างกัน  และสภาพปัญหาต่างกัน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          การบูรณาการกิจกรรม   มีข้อเสนอแนะว่าควรใช้องค์กรการเงินชุมชนเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเรื่องอื่นๆ   ที่ประชุมได้ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของการบูรณาการกิจกรรมที่ใช้องค์กรการเงินเป็นฐาน  เช่น   การเชื่อมโยงกับการผลิตปุ๋ยของกลุ่มพระอาจารย์มนัส    การออมด้วยต้นไม้เพื่อช่วยผู้ไม่มีรายได้และเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าของกลุ่มคุณทิวาพร จากกาญจนบุรี  และตัวอย่างกิจกรรมที่ตำบลหนองสาหร่าย  กาญจนบุรี</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กฎหมาย</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะมีสองลักษณะ  คือ  กฎหมายที่เป็นกรอบในการทำงาน  และกฎหมายเพื่อสนับสนุนการทำงาน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">มีข้อเสนอว่า  นักวิจัยควรพิจารณาประเด็นที่ชาวบ้านไม่สบายใจ ไปไม่ถึง  บางเรื่องอาจไม่จำเป็นต้องเป็นกฎหมาย  แต่บางเรื่องอาจต้องมีกฎหมาย   ประเด็นที่ควรพิจารณา เช่น การบริหารความเสี่ยง  การค้ำประกันความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุและ ถ้าเกิดเหตุจะต้องทำอย่างไร</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การขยายผล</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          มีข้อเสนอหลายประการได้แก่</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          (1)   การจัดรูปแบบที่มีอยู่หลากหลายให้เป็นกลุ่มหมวดหมู่   เพื่อการทำงานเชิงนโยบายและเพื่อการเรียนรู้ของกลุ่มใหม่ๆ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">(2)   การทำความเข้าใจ ให้ความรู้และแนวคิด  การจัดการความรู้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">(3)  เลือกพื้นที่ที่พร้อมกับมีการพัฒนาผู้นำและชาวบ้านก่อน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">(4)  มีการถอดบทเรียนโดยชุมชน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">(5)  มี benchmark เพื่อให้การเรียนรู้ของชุมชนเร็วขึ้น</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">(6)  มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมเพื่อการส่งเสริมโดยรัฐ  ว่า การส่งเสริมควรเป็นอย่างไร</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 54pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 54.0pt" class="MsoNormal">(7)  ควรมองอุดมการณ์  ภาพรวมในระดับประเทศที่มิใช่จำกัดเพียงองค์กรการเงิน</p>

 </span></span></span></span> <p></p><p></p>