พี่เรืองเป็นคนทำงานจริงแบบไม่ติดกับรูปแบบ เน้นเรื่องความคิดกับจิตสำนึกโดยพูดคุยแนวคิด และทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง

พี่เรืองจากอำเภอท่าศาลา  นครศรีธรรมราช โทรมาหาตอนเช้าและแวะมาที่บ้านเราที่กรุงเทพฯเมื่อใกล้เที่ยงวันที่ 15  เมษา  ก็เลยเลี้ยงข้าวพี่เรืองด้วยแกงไตปลา ตำรับนครฯ+ สงขลา  คือเครื่องแกงมาจากนครฯแต่แม่ครัวเป็นคนสงขลา  อร่อยมาก

   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">พี่เรืองเป็นคนทำงานจริงแบบไม่ติดกับรูปแบบ  เน้นเรื่องความคิดกับจิตสำนึกโดยพูดคุยแนวคิด และทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง   ไม่ให้ความสำคัญกับการจัดกลุ่มกรรมการเพื่อทำงานอย่างเป็นระบบอย่างคนอื่นๆเขา  งานของพี่เรืองก่อผลเป็นรูปธรรมอย่างช้าๆ  แต่พี่เรืองสบายใจเพราะได้คนที่ปรับแนวคิดเข้าหากันจนได้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เราคุยกันเรื่องกลุ่มออมทรัพย์ซึ่งพี่เรืองมีประสบการณ์การทำงานกลุ่มธนาคารหมู่บ้านวัดเทวดาราม (แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก)  พี่เรืองบอกว่า คนที่นั่นไม่มีรายได้สม่ำเสมอการออมจึงไม่ใช่เรื่องง่าย   แต่เราก็บอก (โดยจำคนอื่นมา…แล้วมาพูดต่อเพราะเห็นด้วย) ว่า  รายได้แม้จะไม่มีเป็นประจำ  แต่ก็มีรายจ่ายประจำ   การออมคือการประหยัด ลดรายจ่ายในแต่ละวัน   ซึ่งพี่เรืองเห็นด้วยและบอกว่า จะทำอย่างนั้นได้ ก็ต้องตั้งสัจจะกับตัวเอง</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เราถามพี่เรืองได้ความว่า  ชาวบ้านในพื้นที่ท่าศาลาที่ทำนา ปลูกข้าวได้แค่ปีละหน ที่เหลือคือเลี้ยงวัว หรือทำพืชไร่บ้าง    เราเดาว่า ชาวบ้านคงจะมีเวลาว่าง และมีที่ดินว่างพอสมควร  ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกใจที่พื้นที่ปลูกยางพารารุกเข้าไปแทนที่พื้นที่นา เพราะมีประสิทธิภาพการใช้ที่ดินตลอดปีสูงกว่า และสร้างรายได้สม่ำเสมอ (แม้จะสร้างรายจ่ายด้วย)  ทำให้แหล่งอู่ข้าวอู่น้ำของภาคใต้ลดลงไปทุกที</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เราคิดว่า หากจะให้คนทำนา ยังทำนาอยู่ได้ โดยไม่เปลี่ยนเป็นสวนยาง (เพราะทำไม้ยืนต้นแล้วก็เสียผืนนาไปค่อนข้างถาวร)  ก็คงต้องหาแหล่งรายได้เสริมอื่นๆ   โจทย์ของพื้นที่ก็คือ  แหล่งรายได้เสริมจะเป็นอะไร  คนทำนาจึงจะยังอยู่ได้</p>     <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">วิธีทำงานของพี่เรืองภายใต้โครงการระบบแลกเปลี่ยนชุมชน( ซึ่งจบลงแล้ว)  มาจากความคิดที่ว่า  ก่อนจะเอารายได้หรือรายจ่ายมาออม    ก็ต้องเริ่มจากการผลิตเพื่อหารายได้ก่อน (แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นรายได้ที่เป็นตัวเงิน)  เนื่องจากสมาชิกยังต้องซื้อข้าวกินในขณะที่ยังพอมีแรงงานว่างอยู่   ก็ให้สมาชิกมาทำนารวมร่วมกัน  ผลผลิตแบ่งกันบริโภค (ลดรายจ่าย)  เหลือเป็นรายได้เข้ากองทุนของกลุ่ม ซึ่งก็คือการออมสำหรับจัดสวัสดิการต่อไป</p>       <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">การผลิตเริ่มจากการหาที่ดิน พันธุ์ข้าวได้จากการยืม  พี่เรืองไปยืมพันธุ์ข้าวมาจากสิชล (ถ้าจำไม่ผิด)    ปีนี้ได้ผลผลิต คืนเจ้าของพันธุ์ข้าว ยืม 4 คืน 6”    ผลผลิตที่เหลือแบ่งกันบริโภคและยังให้ยืมเป็นพันธุ์ข้าวกับชาวบ้านคนอื่นๆ   ตอนนี้พี่เรืองขยายแนวคิดให้แก่คนที่รู้จัก   โดยเฉพาะบางคนมีที่ดินแต่ไม่มีแรงงาน   บางคนมีแรงงานและมีเวลาก็มาลงแรงกันในที่ดินที่ไม่ใช้ประโยชน์นั้น</p>    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ปลายเดือนเมษานี้  อาจารย์จรังศรีจากชัยภูมิจะพาช่างมาสอนทำบ้านดินบนพื้นที่ริมทางที่ท่าศาลา  พี่เรืองจะทำร้านค้าเล็กๆเป็นบ้านหรือศาลาทำจากดิน   ส่วนหนึ่งให้สมาชิกที่ว่างงานทำร้านน้ำชา  อีกส่วนหนึ่งจะใช้วางสินค้า เช่น อาหารทะเลแปรรูป  น้ำบูดู  ข้าวแกง  ซึ่งเป็นการสร้างงานให้แม่บ้านในพื้นที่ด้วย    อีกกลุ่มหนึ่งจะใช้พื้นที่หลังร้าน  ทำปลาป่น (ซึ่งพี่เรืองสละเงินตัวเองให้ทุนวิจัยแก่นักวิจัยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ผลิตเครื่องป่นปลาอย่างง่ายจนได้รับรางวัลจากมหาวิทยาลัย)  ปลาป่นนี้จะให้สมาชิกใช้เลี้ยงปลาเลี้ยงสัตว์เพื่อลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์   อีกส่วนหนึ่งจะนำไปแลกเปลี่ยนเป็นข้าวสารจากเครือข่ายในพื้นที่อีสานเพราะอีสานต้องการปลาป่น ภาคใต้ต้องการข้าว</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">บ่ายๆก่อนพี่เรืองกลับ  พ่อได้เข้ามาคุยกับพี่เรืองเรื่องจตุคามรามเทพ (ตามกระแส)   </p>    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ส่วนเรานัดหมายกับพี่เรืองว่า วันที่ 28-29 เมษานี้ จะลงไปช่วยพี่เรืองทำบ้านดิน  และอาจจะได้พบกับพี่มะจากจะนะ  และพี่วิรัตน์จากคีรีวง เพื่อวางแผนการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนเสี่ยวเกลอ (มีกลุ่มสมาชิกจากสี่ภาค)  ซึ่งทีมชาวบ้านจากภาคใต้จะเป็นเจ้าภาพจัดที่นครฯกลางเดือนมิถุนายนนี้</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">งานนี้เป็นการเสียสละส่วนตัวของสมาชิกทุกคนเพราะเราไม่มีงบประมาณมารองรับ   และถือเป็นบทพิสูจน์การทำงานของเครือข่ายการแลกเปลี่ยนสินค้า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชาวบ้านโดยแท้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>