วันที่ ๕ เม.ย. ๕๐ ผมไปร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ ครั้งที่ ๑๘๔     เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผม     จึงรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ     อยากจะรู้ว่านายกกรรมการและคณะกรรมการจะโดนซักถามข้อข้องใจอะไรบ้าง     มีไหมที่ผู้ถือหุ้นเขาไม่ไว้วางใจคณะกรรมการ หรือผู้บริหาร    

          จบจากการประชุมซึ่งใช้เวลาเกือบ ๓ ชม.    และมีการซักถามแสดงความคิดเห็นกันอยู่เกือบ ๒ ชม.    คณะกรรมการก็กลับขึ้นไปรับประทานอาหารร่วมกัน     กรรมการที่มีประสบการณ์กับการประชุมนี้ในปีก่อนๆ บอกว่า การประชุมปีนี้ราบรื่นผิดกว่าปีก่อนๆ      คงจะเป็นเพราะปีนี้ผลประกอบการของธนาคารดีเป็นพิเศษ     และจ่ายเงินปันผลได้หุ้นละ ๒ บาท     และหุ้นของธนาคารไทยพาณิชย์มีราคาเพิ่มสูงขึ้นในอัตราสูงกว่าธนาคารอื่นๆ ทั้งหมดในประเทศ 

         สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการประชุมนี้ก็คือ
           ๑. ผู้ถือหุ้นเขาสนใจที่เงินปันผล และราคาหุ้นเป็นหลัก    เรื่องอื่นๆ เขาไม่ค่อยสนใจ
           ๒. คนทั่วไปเขาไม่รู้ว่า "กิจกรรมองค์กรเพื่อสังคมคืออะไร"     เขามองไปที่การบริจาคการกุศล     ไม่ได้มองลึกลงไปว่าองค์กรธุรกิจจะต้องมีส่วนจรรโลงสังคม      ไม่มองว่าการจรรโลงสังคมในด้านจิตใจ หรือจิตวิญญาณ มีความสำคัญ   
           ๓. ผู้ที่รับหน้า ในการชี้แจงรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น คือคณะกรรมการ      ไม่ใช่ผู้บริหาร     ดังนั้นเขาจึงไม่โวยวายเลย ที่คณะกรรมการได้รับค่าตอบแทนสูง และเงินรางวัลจากผลประกอบการก็สูง     แต่เขากลับโวยวายค่าตรวจบัญชี ซึ่งผมมองว่าเป็นเงินนิดเดียว  
           ๔. ในรายงานประจำปี มีการแสดงตัวเลขผลประโยชน์ของคณะกรรมการเป็นรายคนอย่างโปร่งใสมาก    ผมไม่นึกว่าเขาจะเอามาเปิดเผยขนาดนั้น    
           ๕. ในคณะกรรมการ มีการตรวจสอบเชิงจริยธรรม ที่อาจมีผลกระทบจากภาพลักษณ์ที่ธนาคารทำธุรกิจกับกิจการที่ชื่อเสียงไม่ดีกันอย่างเคร่งเครียดในการประชุมทุกครั้ง     แต่ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่มีใครตั้งคำถามเรื่องนี้เลย

วิจารณ์ พานิช
๕ เม.ย. ๕๐