เลขนั้นมีอยู่ทั่วตัวเราจริงๆ หยิบอะไรมาก็เลขทั้งนั้น

ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะสงสัยโดยเฉพาะเด็กๆ (ว่าแต่จะมีเด็กกี่คนที่จะมาอ่านบล็อกผมเนี่ย) ว่าทำไมเราต้องเรียนเลขด้วย บางคนก็บอกว่าไม่สนุก บางคนก็เกลียดไปเลย แล้วทำไมเราต้องเรียนเลขด้วย สนุกก็ไม่สนุก ยากก็ยาก

ก่อนจะตอบว่าทำไมเราต้องเรียนเลข ผมอยากให้ทุกๆคนมองไปรอบๆข้าง แล้วถามตัวเองขึ้นมาว่า ในรอบข้างเราเนี่ยมีอะไรบ้างที่มันไม่เกี่ยวข้องกับเลข หรือเอาเลขเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้

ผมให้เวลาคิด หนึ่งนาที เลย คิดออกกันไหมครับ หาไม่ค่อยได้ใช่ไหมครับ ดังนั้นนั่นแหละครับหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมเราต้องเรียนเลข เพราะว่าเลขนั้นมันติดตัวอยู่กับเราตลอดไง มันไม่หนีเราไปไหนเลย

แต่หลายคนอาจจะเถียงว่า แต่เลขที่เราใช้ มันไม่ได้ยากขนาดที่ผมหรือหนูเรียนนี่ ตอนนี้หนูเรียน แยกตัวประกอบ หรม ครม ภาคตัดกรวย จำนวนเชิงซ้อน เวคเตอร์ สถิติ แคลคูลลัส และอื่นๆอีกมากมายนับไม่หมด

แต่จริงๆแล้วเชื่อไหมครับว่า เลขที่ถามมาเมื่อกี้นั้นมันเป็นสิ่งที่เราใช้ และเป็นสิ่งที่ทำให้โลกเราวิวัฒนาการมาถึงทุกวันนี้เชียวนะ

ไม่เชื่อใช่ไหมครับ

ถ้าไม่เชื่อลองดูตัวอย่างแรกที่นี่ครับ เราเริ่มจาก Lord of the Ring ดีไหมครับ ตัวกอลลัมนั้น มาได้ยังไง มาจากคณิตศาสตร์ครับ

ใน Plus magazine นิตยสารเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ออนไลน์ ได้ยกตัวอย่างการสร้างภาพเคลื่อนไหวต่างๆโดยคณิตศาสตร์ วิธีการสร้างก็ใช้เทคนิคตรีโกณ คอนเซปป์ของเวคเตอร์ และเมตริกซ์ การเปลี่ยนแกน ระบบสมการ ถ้าอยากดูเข้ามาดูได้ที่นี่ครับ

ในเมื่อเลขเอาไว้ใช้สร้างภาพเคลื่อนไหวได้ คงไม่ต้องบอกใช่ไหมครับว่า พื้นฐานพวกนี้นั้น ก็เอาไปทำเกมส์ได้ เกมส์ที่เราเล่นๆกันอยู่นี่แหละทั้งเพลย์ ทั้งวี ทั้งคิวบ์ พวกนี้ก็มาจากคณิตศาสตร์ ตอนที่เราวาดแกน x แกน y ทั้งนั้น 

หรือระบบเลขฐานสองที่เป็นพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ ที่เราเจอกันตั้งแต่ตอนมัธยมต้น เมื่อการเก็บข้อมูลเป็นบิท นั้นเก็บแค่ 0 หรือ 1

หรือตรรกศาสตร์ที่เอาไว้จับโกหก ก็มีพื้นฐานมาจากคณิตศาสตร์อีกเหมือนกัน ซึ่งแต่ก่อนนั้นคนกรีกจับคณิตศาสตร์กับปรัชญามารวมกัน ดังนั้นเวลาจะทำอะไรก็จะชอบพิสูจน์ๆๆๆๆๆ และพิสูจน์ แล้วกฏต่างๆก็เลยกลายเป็นพื้นฐานของคณิตศาสตร์และทำให้คณิตศาสตร์รุ่งเรืองขึ้นมา จากการอ้างอิงกฏคณิตศาสตร์กันไปมา

ด้วยเหตุนี้แหละครับ ที่ภาษาคณิตศาสตร์นั้น โกหก ไม่ได้ เพราะถ้าโกหกทีเดียว มันผิดกันไปหมดเลย

หรือแม้กระทั่งเร็วๆนี้มีอาจารย์จาก Princeton  ท่านหนึ่ง เอาคณิตศาสตร์ โดยเอา Geometry มาประยุกต์กับดนตรี เพื่อจะดูว่า เพลงไหนมีโอกาสดังมาก ชนิดที่เรียกว่า ท็อปฺฮิต

นี่ไม่นับงานด้านสถาปัตยกรรม หรืองานก่อสร้างที่ใช้เลขทั้งนั้น มีการคิดถึง Golden Ration ขึ้นมาซึ่งบอกว่าอัตราส่วนอันนี้แหละ ตึกสวยๆในโลกโดยมากแล้วจะมี (อันนี้ไว้มาพูดกันตอนหน้าล่ะกันนะครับ)

ไม่เว้นแม้กระทั่งงานด้านชีววิทยาที่มาการเก็บสถิติ 

หรือแม้กระทั่งการยิงจุดโทษของนักบอลที่มีคนประยุกต์เอาสถิติมาใช้

อ้อและคำตอบอีกอันหนึ่งครับ เดี๋ยวนี้คนที่จบเลขมา โดยเฉลี่ยแล้วจะได้เงินเดือนสูงกว่าสาขาอื่นๆครับ ปรากฏการณ์นี้เกิดแล้วในสหรัฐและอังกฤษครับ 

ไม่เชื่อใช่ไหมครับ แต่คนเหล่านี้นั้นบางส่วนถูกจ้างมาทำงานการเงิน บางส่วนถูกจ้างมาทำงานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล  

เห็นไหมครับ เลขนั้นมีอยู่ทั่วตัวเราจริงๆ หยิบอะไรมาก็เลขทั้งนั้น (บางคนยังฝันเป็นเลขเลย)

คราวนี้คงรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่าทำไมต้องเรียนเลข

ปล ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้น ผมจะพยายามบังคับตัวเองมาอัพเดทบล็อกนี้ทุกวันเสาร์ครับ