คำตอบที่ถูกในโลกนี้... มิได้มีเพียงคำตอบเดียว

บางครั้งชีวิตก็ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป .....

 

 

ถ้าเข้าใจอย่างนี้ตั้งแต่เล็ก  ดิฉันคงไม่ต้องนั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยวในห้องเรียน  เพียงเพื่อจะตั้งคำถามชีวิตสำเร็จรูปกับทุกสิ่งรอบข้าง  โดยไม่พบคำตอบชีวิตสำเร็จรูปที่ต้องการในหนังสือเรียนเล่มใดๆเลย......  แม้แต่เล่มเดียว

ดิฉันกลับพบคำตอบในหนังสืออ่านนอกเวลา... หนังสือนิยาย  โทรทัศน์ และภาพยนตร์ ตัวละครเหล่านั้นปลอบประโลมใจดิฉัน  และทำให้ดิฉันรู้ว่าเราไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวในโลกนี้เสมอไป...

ดิฉันได้คำตอบว่าอย่าหาคำตอบสำเร็จรูปของชีวิตจากหนังสือเรียน   หนังสือเรียนอาจไม่ได้ช่วยตอบคำถามชีวิต   หรืออาจเป็นเพราะดิฉันคิดแคบๆตามประสาเด็กอยู่มิติเดียวว่า หนังสือเรียน พรากความเป็นมนุษย์ไป  ดิฉันมองไม่เห็นหัวใจอยู่ในนั้น  แต่ดิฉันบอกใครไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะอธิบายเขาอย่างไร.... 

วันหนึ่งเมื่อแก่แล้ว  ดิฉันได้อ่านหนังสือ ชีวิตกับความขัดแย้ง  : ปัญหาจริยธรรมในชีวิตประจำวัน  เขียนโดย  ผศ.ดร.สมภาร พรมทา (ปัจจุบันเป็น รศ.)   อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งและเห็นจริง

บางเรื่องดิฉันมีคำตอบในใจ  และไม่เปลี่ยนคำตอบ  เพราะมีจุดตัดสินตามหลักคิดของตนเอง   บางเรื่องดิฉันพยายามหาคำตอบ  แต่ก็ยังคงเป็นคำตอบที่มีข้อแย้งได้ไม่สิ้นสุด

และเป็นข้อแย้งอันเป็นความเห็นตามธรรมดาของมนุษย์  ที่จะเอาผิดฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยเด็ดขาด ณ ขณะนั้นมิได้  เพราะมีเหตุปัจจัยเกี่ยวเนื่องเกื้อหนุนกันอย่างสมแก่เหตุและผล  ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลมาสนับสนุนแนวคิดของตนอย่างกว้างขวาง  และลึกซึ้งแจ่มกระจ่าง 

.จนได้เห็นจริงว่า....บางครั้ง  คำตอบที่ถูกในโลกนี้  ก็มิได้มีเพียงคำตอบเดียว......

หนังสือเล่มนี้ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนังสือห้องสมุดโรงเรียน ประจำปี 2543 จากสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.)

ดิฉันฝัน(และตั้งใจ)ไปว่า หากยังมีโอกาสได้อยู่ในหลักสูตรนิเทศศาสตร์ ก็จะลองเสนอให้มีหนังสืออ่านประจำหลักสูตร  กำหนดไว้เป็นแกนสัก 40 เล่มตลอดหลักสูตร  และจะใส่ชื่อหนังสือเล่มนี้เข้าไปด้วย

ดิฉันคิดว่าเด็กๆนิเทศศาสตร์  ควรได้อ่านหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างยิ่ง  ในฐานะสื่อมวลชน  เขาควรถูกฝึกอย่างหนักให้มีหลักคิด  ก่อนจะมีหลักคิดได้  เขา ควร ถูกฝึกให้คิดอย่างหนัก เสียก่อน 

ดิฉันแอบเข้าข้างตัวเองว่า หากอ่านหนังสือเล่มนี้เข้าใจ  ดิฉันคงฝึกเขาเรื่อง การรู้เท่าทันการสื่อสาร ได้เร็วขึ้นอีกเยอะ 

ดิฉันชอบตอนท้ายของคำนำในการพิมพ์ครั้งที่หนึ่ง มากด้วย   แต่ขออนุญาตไม่ยกมาไว้ที่นี่  เพื่อมิให้ความเห็นนี้ยาวเกินไป

และขออภัยผู้อ่านหากทำให้ต้องลำบากเลื่อนสครอลบาร์ยาวๆนะคะ  ดิฉันกะว่าจะเขียนถึงหนังสือที่ชอบไปเรื่อยๆในบล็อกเดียวกันนี้  เผื่อมีผู้สนใจตรงกันก็จะได้คุยกันในคราวเดียวค่ะ :)

........................................................................

หมายเหตุ : ปรับเพิ่มเติมจาก มองโลกจากอีกมุมโลก  และยกมาไว้ในบันทึกใหม่ เพราะเพื่อนบ่นว่าทำไมไม่เขียนแยก  จะได้อ่านง่ายๆ

มีเพื่อนช่างบ่นเอ๊ยช่างแนะนำนี่ก็น่ารักดีน่ะค่ะ :)