
จ่าสิบเอกทวี บูรณเขตต์ หรือที่ชาวพิษณุโลกเรียกว่า “ลุงจ่า” เป็นชาวพิษณุโลกโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๙ ตุลาคม ๒๔๗๕ เป็นบุตรของนายบุญทิว และนางอุ่นเรือน (ซ่วน) บูรณเขตต์ เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนจึงมีโอกาสจบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จากโรงเรียนผดุงราษฎร จังหวัดพิษณุโลก
หลังจากนั้นได้ใช้ประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับบิดา ซึ่งเป็นครูสอนศิลปะในโรงเรียนนำมาดัดแปลงประกอบอาชีพเลี้ยงตัว เริ่มจากการรับจ้างเขียนภาพโฆษณาสินค้าต่างๆ ตามงานวัด และได้มีโอกาสฝึกงานเป็นช่างวาดประจำร้านช่างศิลป์อีกหลายๆ แห่งในกรุงเทพฯ
ต่อมาเดินทางกลับบ้านเกิด และรับราชการทหารติดยศสิบตรี ในตำแหน่งช่างเขียนฝ่ายยุทธโยธา กองทัพภาคที่ ๓ หลังจากนั้นกองทัพภาคที่ ๓ ได้ส่งไปฝึกงานช่างหล่อโลหะที่กองหัตศิลป์ กรมศิลปากร รวมรับราชการเป็นเวลา ๒๓ ปี จึงได้ตัดสินใจลาออกและหันมายึดอาชีพเป็นช่างปั้นหล่อพระพุทธรูป โดยเปิดโรงหล่อ “บูรณะไทย (จ่าทวี)” เป็นของตนเอง และดำเนินมากว่า ๓๐ ปี จนถึงทุกวันนี้
ด้วยความมานะบากบั่นต่อสู้กับความยากจนข้นแค้น หมั่นฝึกฝนหาความรู้ใส่ตนเอง และการทุ่มเทอุทิศตนเพื่อส่วนรวมอย่างจริงจัง จ่าทวีจึงได้รับการยกย่องจากสังคมเป็นแบบอย่างชีวิตที่ประสบความสำเร็จ โดยได้รับการยกย่องว่าเป็น “เพชรน้ำเอกแห่งวงการช่างศิลป์” ต่อมา ได้รับการยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติให้เป็นบุคคลดีเด่นทางวัฒนธรรม สาขาช่างฝีมือ แขนงช่างหล่อ
จ่าทวี เป็นผู้ที่ตระหนักในคุณค่าของเครื่องมือเครื่องใช้ทุกชิ้นที่พบ โดยตลอดชีวิตได้พยายามรวบรวม ขอแบ่งปัน และขอแลกซื้อสิ่งของเครื่องใช้เหล่านั้นมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ประกอบอาชีพรับจ้างหล่อพระพุทธรูปเป็นอาชีพหลัก ทำให้จ่าทวี มีโอกาสเดินทางไปยังท้องถิ่นต่างๆ จึงได้เก็บและรวบรวมสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ได้ครอบคลุมทุกภาคโดยเฉพาะในเขตภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งในช่วงแรกทำได้ยากเพราะยากจน จนกระทั่งเมื่อมีฐานะดีขึ้นจึงทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อที่เสาะแสวงหา โดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวอีกมากเพื่อสร้าง และดำเนินงานในรูปแบบพิพิธภัณฑ์
ด้านชีวิตครอบครัว จ่าทวีสมรสกับนางพิมพ์ (พันธะเสน) มีบุตรชาย ๒ คน และหญิง ๔ คน ซึ่งเป็นครอบครัวที่อบอุ่น และจ่าทวี ก็พูดอยู่เสมอว่า “ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี คือ ภรรยาและลูกๆ ทั้ง ๖ คนนั่นเอง”
หญิง สคส.
ค่า ดีค่ะ
ยาวจัง จดไม่ได้ค่ะ--+
ทำงานส่งครูอ่ะค่ะ
55
ดีมากเลยค่ะ