R2R ไม่ได้เงียบ เพียงแต่ไม่ได้เขียน Blog
ดิฉันได้รับคำถามจากหลายท่านเหมือนกันที่สนใจเรื่อง การทำ R2R ของโรงพยาบาลยโสธรว่าไปถึงไหน อย่างไรบ้าง...
ซึ่งจริงๆ แล้วหากพิจารณาดูแล้ว... ไม่คึกคักเหมือนช่วงแรก หากแต่เนียนเข้าไปในงานมากขึ้น มีหลายๆ ท่านที่ยังคงปรึกษา และพูดคุยกัน ดิฉันมองว่า...“เดินช้าลง...แต่เดินอย่างสุขุมมากขึ้น”... เพียงแต่ว่าดิฉันไม่ได้นำมาเขียนบอกเล่าเก้าสิบไว้ใน Blog ก็เลยเหมือนเงียบไป ซึ่งก็มีหลายท่านที่ถึงขั้นส่งตีพิมพ์วารสาร “ยโสธรเวชสาร” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นท่านที่มาร่วมด้วยทีหลัง ไม่ใช่รุ่นที่เข้าอบรมกระบวนการร่วมกับเรา
--------> กลุ่มที่มาร่วมทีหลังนี้..มีประเด็นน่าสนใจ เพราะมีพื้นฐานมาจาก การที่เขาทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพ และพัฒนางานมาอย่างต่อเนื่อง (CQI) ดิฉันก็เลยยุยงไปเลยว่าพัฒนาขึ้นมาอีกเป็นวิจัยไปเลย... แรกๆ ก็ไม่มั่นใจกัน..แต่เชียร์บ่อยๆ เข้า...ก็ฮึกเฮิมอยากทำหลายคนเหมือนกัน
ซึ่งจริงๆ แล้วดิฉันอยากให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องประกาศออกมาว่าฉันทำ R2R นะ... แต่ให้ทำไปเลย คิดพัฒนางานไปเลย และใช้กระบวนการทางวิจัยเข้ามาใช้ในกระบวนการพัฒนางานนี้...
จริงๆ แล้วโดยส่วนตัวดิฉันเอง... ไม่ชอบทำงานช้าง...ชอบทำงานมดมากกว่า.. ไม่ต้องตีฆ้องร้องประกาศ แต่ให้ทำไปเลยทำไปเรื่อยๆ เนียนเข้าไปในเนื้องาน พอทำไปเรื่อยๆ เราจะรู้สึกคุ้นเคยและชิน และรับว่าเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานที่เราควรทำ โดยจะไม่เกิดความรู้สึกขัดใจมากในการทำ
ช้าลง...แต่เดินอย่างสุขุมมากขึ้น ดีค่ะ ดีกว่าเป็นงานช้าง แต่เป็นไฟไหม้ฟาง
ความสำเร็จของงานเล็กๆ สร้างความสุขที่ยิ่งใหญ่ในใจคนทำงานได้เสมอ ขอให้กำลังใจให้สมาชิก R2R ยโสธร และกะปุ๋มค่ะ
หากว่าไปสิ่งที่เป็นเป้าหมาย..ที่กะปุ๋มอยากให้เกิด คือ ความรู้สึกที่นำมาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานที่ผู้ปฏิบัติงานควรทำ คือ ทำงานไป คิดไป หาคำตอบไป... ก็จะทำให้เราทำงานได้อย่างมีเป้าหมายมากขึ้นค่ะ...
ขอบคุณ อ.หมอปารมีมากค่ะ...สำหรับกำลังใจ
(^_______^)
ช้าแต่ชัวร์ คุณภาพดีกว่าปริมาณครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งครับว่าอย่าคิดทำงานวิจัยตั้งแต่ต้นแต่ให้คิดว่าจะทำอย่างไรให้งานที่ทำอยู่ดีที่สุดก่อนครับ วิจัยเป็นส่วนที่จะเสริมให้การพัฒนานั้นมั่นคงและมีทิศทางที่เหมาะสมครับ
เป็นกำลังใจครับผ้ม
สวัสดีค่ะ...อ.หมออัครินทร์
บางครั้งกะปุ๋มก็รู้สึกครุ่นคิดเหมือนกันนะคะวิธีการที่ตนเองทำ เหมือนค่อยๆ ซึมซับ...เข้าไปเรื่อยๆ...แต่ภายนอกอาจมองดูเหมือนว่า...ไม่เกิด action มากเพราะ...ไม่ได้ประกาศตูมๆๆ...เหมือนการทำโครงการอีกหลายๆโครงการที่จะมีการประกาศตัวกันเป็นระยะ... อาจเป็นทัศนคติส่วนตัวว่าไม่อยากให้เกิดความแตกตื่นภายในมาก อยากให้คนระดับปฏิบัติการ...รู้สึกว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นไม่ใช่ความแปลกแยก...และตนเองสามารถทำได้ จึงดูเหมือนสิ่งที่ตนเองคิดและทำนั้นช้า...เดินไปช้า...แต่อย่างไรก็ตามแม้อาจครุ่นคิด แต่แนวคิดยังยืนอยู่บนเส้นทางและเป้าหมายเดิมเสมอ...เพื่ออยากให้เกิดความยั่งยืนมากกว่าการฉาบฉวยค่ะ...
ขอบคุณมากค่ะสำหรับกำลังใจและแนวคิด
(^_______^)