การจัดการความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 12-18 มีนาคม 2550 สำนักหอสมุด ม.บูรพา ได้รับเกียรติให้จัดอบรมหลักสูตร "การพัฒนาผู้บริหารห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาระดับกลาง รุ่นที่ 1" ข่ายงานห้องสมุด มหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค  ซึ่งผู้เข้าร่วมอบรมก็เป็นผู้บริหารของห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษา ของมหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค จำนวน 30 คน ผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในกรรมการจัดการอบรม แต่ไม่ได้เข้าอบรมหลักสูตรนี้ แต่ก็ได้เห็นการสรุปเนื้อหาการอบรมและสนใจในเรื่อง "การจัดการความขัดแย้ง" บรรยายโดย  พลอากาศตรีนายแพทย์ บุญเลิศ  จุลเกียรติ      ซึ่งท่านได้พูดไว้น่าสนใจมากเนื้อหาโดยสรุป คือ

เราจะจัดการความเปลี่ยนแปลงได้            -  เราต้องเข้าใจธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง….                    -  และรู้วิธีที่จะควบคุมการเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปในทิศทางที่เราต้องการ … หรือ                    -  ยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เราควบคุมไม่ได้ และเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างรู้เท่าทันและมีความสุข เราจะจัดการความขัดแย้งได้                    -  เราต้องเข้าใจธรรมชาติของความขัดแย้ง และรู้วิธีที่จะยุติ หรือทำให้ความขัดแย้งลดลงให้มากที่สุด                    -  ยอมรับความขัดแย้งที่อาจจะยังยุติไม่ได้ แต่สามารถทำให้คู่ขัดแย้งยอมถอยกันคนละก้าวเพื่อเลี่ยงการปะทะ และรอกระบวนการอื่น ๆ            พื้นฐานสำคัญของการเกิดปัญญาก็คือสมาธิ-สติ  พื้นฐานสำคัญของสมาธิก็คือ ศีล-วินัยปัญญาที่จะช่วยให้มนุษย์ดำเนินชีวิตได้อย่างสมดุลก็คือปัญญาแห่งการรู้จักตนเอง และรู้เท่าทันธรรมชาติ ผู้มีปัญหาด้านบุคลิกภาพและความฉลาดทางอารมณ์มักจะไม่ค่อยกล่าวประโยคเหล่านี้            -  ขอโทษครับ            -  สวัสดีค่ะ            -  ขอบคุณครับ                        ประกายความคิดที่ทุกคนควรจะจุดให้เกิดถ้าเราพบว่า เรายังมีอะไรผิดพลาด บกพร่องหรือไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่นก็จงอย่าเสียใจ เพราะหวนกลับไม่ได้ และส่วนหนึ่งไม่ใช่ความผิดของเราแต่จะน่าเสียดายมากถ้าเราไม่คิดที่จะพัฒนา ปรับปรุง  แก้ไข หรือเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างรู้เท่าทัน กระบวนการก่อปัญญา                    1.  การฟัง อ่าน ด้วยสมาธิ   สุตมยปัญญา                    2.  การคิด ไตร่ตรอง ด้วยสติ   จินตามยปัญญา                    3.  การทำจิตให้สงบจนเกิดพลัง สามารถพิจารณาจนเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้  ภาวนามยปัญญา    พื้นฐานสำคัญของการพัฒนาปัญญา  สมาธิ  การฟัง การอ่าน การไตร่ตรอง การเจริญภาวนา  มัชฌิมา พิจารณา ปฏิบัติ จากจุดกลาง ไม่อยู่ข้าง ๆ คู ๆ ปราศจากความลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา) พื้นฐานของการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขได้ก็คือ            -  สติ            -  ปัญญา…..ศรัทธา            -  กุศลกรรม            -  การเดินสายกลาง     ทำไมต้องมีวินัย  วินัยคือฐานรากที่ยิ่งใหญ่                ของความเป็นมนุษย์  วินัยเป็นพื้นฐานของความรับผิดชอบและวินัย+ความรับผิดชอบ เป็นพื้นฐานของความซื่อสัตย์สุจริต วินัยเป็นฐานรากของ            -  การศึกษา            -  การพัฒนา            -  การดำเนินชีวิต ตัววัดความมีวินัยในสังคมอย่างคร่าว ๆ            -  การตรงต่อเวลา (เข้าสาย เลิกช้า)            -  ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ (เศษขยะ)            -  ความมีมรรยาทในการอยู่ร่วมกัน (การใช้โทรศัพท์มือถือ การพูดคุยเสียงดัง) แล้วเราจะปลูกฝังวินัยให้ยั่งยืนในสังคมได้อย่างไร?            -  การอบรมสั่งสอน (EDUCATION)                                -  การกล่อมเกลา                                -  การทำให้ฉุกคิด            -  การใช้กฎระเบียบ ข้อบังคับ (ENFORCEMENT)            -  การพัฒนาให้เกิด การสร้างคุณค่าให้ตนเอง                    1.  เรียนให้รู้จนได้ใบรับรอง หรือการยอมรับ                    2.  ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ขยัน อดทน                    3.  มีสำนึกต่อสังคม ไม่เห็นแก่ตัว สิ่งที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ทุกคนก็คือ สติ ปัญญา สัมมาปฏิบัติ (กุศลกรรม) และ มัชฌิมาปฏิปทา (สายกลาง)            -  สิ่งที่ประพฤติต้องไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน            -  ทำแล้วต้องมีความสุขมากกว่าทุกข์            -  ได้ประโยชน์แก่องค์รวม คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ไร้สาระ สรุป            -  พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพสูงสุดก็คือ ปัญญา            -  แต่ต้องเริ่มจาก สติ ก่อน ซึ่งจะนำไปสู่  กุศลกรรม และการดำรงชีวิตใน สายกลาง            -  การได้คำตอบว่า ชีวิตนี้เพื่อใคร จะนำไปสู่การก้าวต่อไปอย่างมั่นคงของชีวิต  ——————————–