สุรยุทธ์ประกาศสร้างคุณธรรม ธรรมาภิบาลในระบบราชการ

        สุรยุทธ์” เป็นประธานวันข้าราชการพลเรือน ประกาศเจตนารมณ์จะเสริมสร้างระบบคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลขึ้นในระบบราชการ             เมื่อเวลา 07.10 น.วันที่ 1 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สรุยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 189 วัด เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน โดยมีคณะรัฐมนตรี อาทิ นายโฆสิต   ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุตสาหกรรม  พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม  คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์  นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมงานดังกล่าว จากนั้นเวลา 09.00 น.เป็นประธานมอบเข็มเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2550 จำนวน 198 คน             นายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ข้าราชการพลเรือนดีเด่นคือผู้ที่ได้ผ่านกระบวนการพิจารณากลั่นกรองและคัดเลือกอย่างเป็นระบบ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ได้กำหนดไว้ว่า เป็นผู้ที่ได้ประกอบคุณงามความดี  ประพฤติตนเป็นคนดี และเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งต่อผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงาน ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งในด้านการครองตน ครองคน และครองงาน รวมทั้งเป็นผู้ที่ได้เสียสละและอุทิศตน      เพื่อราชการและประชาชนอย่างแท้จริงด้วย การที่ทุกคนได้รับการคัดเลือกให้เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น จึงควรเป็นความภูมิใจและเป็นความน่ายินดี ซึ่งต้องขอแสดงความชื่นชมด้วยความจริงใจในความสำเร็จของทุกคน ที่ได้เพียรทำงานจนปรากฏผลเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับ             นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราทุกคนต่างก็ทราบกันดีว่า การที่ประเทศและสังคมจะมีความเจริญก้าวหน้าและมีความร่มเย็นเป็นสุขได้นั้น ปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งก็คือ สังคมจะต้องมีบุคคลที่เสียสละ ทุ่มเทอุทิศตนทั้งกำลังกาย กำลังใจ และการปฏิบัติงานด้วยความขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์สุจริต และตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมความดี โดยเฉพาะข้าราชการซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญที่จะช่วยสร้างสรรค์สังคมไปสู่สังคมที่ดีงาม หากได้ปฏิบัติตนให้เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างที่ดีของการทำงาน และการแก้ไขปัญหาในด้านต่าง ๆ แล้ว   ก็เชื่อมั่นได้ว่าประเทศจะมีความเจริญก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป  ทั้งนี้ รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญในสิ่งเหล่านี้ จึงได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเสริมสร้างระบบคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลขึ้นในระบบราชการ ทั้งในระดับตัวบุคคลและหน่วยงาน พร้อมทั้งได้กำหนดแนวนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีว่าจะต้องประกอบไปด้วยหลักความโปร่งใส เป็นธรรม ประหยัด และมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงานและเพื่อให้ข้าราชการได้นำไปปฏิบัติให้เกิดความสำเร็จต่อการดำเนินงาน และการพัฒนาประเทศอย่างดีที่สุดต่อไป ปีพุทธศักราช 2550 นี้ เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนมพรรษา 75 พรรษา จึงนับว่าเป็นโอกาสดีที่ข้าราชการทั่วประเทศในฐานะที่เป็นผู้ที่ทำงานแทนพระเนตรพระกรรณ จะได้พร้อมใจกันแสดงความจงรักภักดีด้วยการประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีตามรอยพระยุคลบาท ทำงานด้วยความรักในประชาชน และยึดถือประชาชน     เป็นศูนย์กลางเพื่อให้เกิดผลสำเร็จในการพัฒนาประเทศ ตามแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง และตามพระบรมราโชวาทที่ได้พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีกล่าว             ตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้กำลังใจข้าราชการพลเรือนทุกคน ได้สามารถปฏิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพทุกประการ พร้อมทั้งกล่าวอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย อำนาจศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกคนและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ สามารถธำรงรักษาคุณงามความดี ตลอดจนชื่อเสียงเกียรติคุณที่ได้รับให้ยั่งยืนตลอดไป รวมทั้งให้มีกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาประเทศไทยให้เจริญสืบต่อไป    ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบตราสัญลักษณ์วันข้าราชการพลเรือนแก่  นายชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเป็นเจ้าภาพจัดงานวันข้าราชการพลเรือน ประจำปี 2551คม ชัด ลึก  1 เม.ย. 50