การศึกษาปัจจุบัน

dejavu monmon
  เมื่อการศึกษามีเงินเป็นตัวตั้ง การศึกษาจึงเข้าสู่โลกของธุรกิจ หลักสูตรวิชาใดไม่ได้กำไรจากการประกอบธุรกิจการศึกษา หลักศูตรสาขาวิชานั้นมีอันต้องปิดตัวลงโดยอัตโนมัติ  

เมื่อคืน เบียร์จัง ได้ไปดูหนังที่ห้องเอกคุง ระหว่างนั้น เราสนทนากันหลายเรื่อง สิ่งที่ผมคิดในใจจากการสนทนาเรื่องราวต่างๆ

  ๑. อะไรคือวินัยข้าราชการ ข้าราชการบางคน นำเวลาที่ตนต้องทำหน้าที่ในสถานศึกษาของตน ออกไปหาเงินข้างนอก ปล่อยหน้าที่หลักให้ผู้อื่นทำ ดูเหมือนไม่น่าจะเหมาะสม

  ๒. ทุกคนต่างพยายามเร่งรีบพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย และให้เป็นจุดสนใจกับลูกค้าคือนักศึกษา เพื่อรองรับความความเปลี่ยนแปลง ส่วนหลักสูตรเก่าๆ ที่ไม่มีนักศึกษาแม้จะสำคัญก็มีอันต้องปิดตัวลง อย่างสาขาวิชา ภูมิศาสตร์เป็นต้น

  ๓. การศึกษาของนักศึกษาบางคน (ซึ่งมากและมาก) มิได้ต้องการความรู้หากแต่ต้องการแค่ใบผ่านความรู้

  ๔. หลักสูตรสาขาใด ไม่ได้สร้างกำไรให้กับสถานศึกษา หลักสูตรสาขานั้นมีอันต้องปิดตัวลง

  ๕. ไม่มีเงิน หมดสิทธิ์เรียน

   ๖. สิ่งที่การศึกษาควรจะทำคืออะไรกันแน่

   ๗. เราจะทำให้ชุมชนมีความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจด้วยความบริสุทธิ์ใจได้อย่างไร ในเมื่อสถานศึกษาซึ่งคาคั่งไปด้วยผู้มีการศึกษายังไม่มีความสามัคคีกัน แก่งแย่ง แข่งขัน จับผิดกันอยู่ตลอดเวลา

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โอโห...มโนสาเร่

คำสำคัญ (Tags)#uncategorized

หมายเลขบันทึก: 8720, เขียน: 03 Dec 2005 @ 11:28, แก้ไข, 21 Oct 2015 @ 10:38, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (3)

beer
IP: xxx.29.39.1
เขียนเมื่อ 03 Dec 2005 @ 14:42

สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตเกี่ยวกับระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันคือ  ยิ่งเรียนยิ่งโง่ (เรียนแล้วท่อง ท่องแล้วจำ จำได้มากก็คะแนนมากแต่ให้วิเคราะห์ทำไม่ได้) ยิ่งโตยิ่งเซ่อ (ยิ่งมีหน้าที่การงานใหญ่โตยิ่งมองเห็นความสำคัญของคนอื่นรอบตัวสำคัญน้อยลงทุกที)

ขณะนี้สถาบันการศึกษาแทบทุกกำลังพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้รองรับตามความต้องการของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน และสำคัญหลักสูตรที่กำลังดำเนินการปรับปรุงหรือเขียนใหม่ยิ่งมีการแยกส่วนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้มองภาพรวมว่าเรียนแล้วจะได้อะไร แต่ปัจจุบันต้องบอกว่าเรียนแล้วจะทำงานอะไรที่จะได้มีเงินเยอะๆ จะมีบ้าน จะมีรถ จะมีๆๆๆๆอีกมากมาย

คิดมากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา รังแต่จะปวดหัว คงได้แต่ทำใจ ทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น

เพราะโลกใบนี้ไม่ใช่ของเรา สังคมนี้ไม่ใช่ของเรา อะไรๆก็ไม่ใช่ของเรา เพราะแม้แต่ตัวเรายังไม่ใช่ของเรา คิดไรมากครับพี่

คณิน
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 04 Dec 2005 @ 07:23

  พื้นฐานการท่องจำ  นำไปสู่การใช้คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์ ที่ต้องอาศัยครู อาจารย์  ที่มีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างเต็มที่ ในการชักนำ  เพื่อให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมตามเป้าหมายของหลักสูตร น่าสังเกตนะครับว่า  มีผู้รับผิดชอบการศึกษาหลายกลุ่ม หลายสมัย ที่นำพากันซึ่งการเปลี่ยนแปลง  ปฏิรูป  แต่ทำไมยิ่งทำเหมือนยิ่งทำให้เยาวชนไทยล้าหลังในแทบทุกเรื่อง  ทั้งเรื่องวิชาการและความประพฤติ  ผู้คนเช่นเรา ๆ กลับนึกถึงวิธีการเรียนการสอนแบบคุณพ่อคุณแม่  ที่เราได้รับจากครูรุ่นก่อน ๆ ที่ใครต่อใครบอกว่าเต่าล้านปี  แต่ทำให้เราได้ดีเช่นทุกวันนี้

 

<center><img src="http://gotoknow.org/file/kaninu/G mail.png" border="0" /></center> 

เคนครับ
IP: xxx.155.1.246
เขียนเมื่อ 27 May 2006 @ 11:54

ผมว่า การศึกษาของไทย ก็มีแนวทางไปในทางที่ดีเหมือนกันน๊ะครับ แล้วแต่จะมองในแง่ไหน  ถ้ามองในแง่ดี ปัจจุบันก็สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้ที่ไม่มีโอกาสได้มากเช่นกัน ในขณะเดียวกัน ก็เป็นผลเสียในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งอาจจะมากด้วยผลดีก็เป็นได้

แต่ถ้ามาองในด้านธุรกิจละก้อ  แน่นอน  ขนาดตัวผมเอง ยังไม่มีความภูมิใจในปริญญาบัตรมหาบัณฑิตของตนเองสักเท่าไหร่เลย

อยากให้สถานศึกษาเน้นการศึกษา ที่เกิดจากองค์การเรียนรู้โดยแท้จริง โดยไม่อิงธุรกิจการเงินเป็นหลักครับ