ดังที่บอกในบันทึกก่อน หนึ่งในหัวข้อที่ประทับใจมากที่สุดคือ “คนต้นแบบ” ไม่ได้ติดใจเพราะตนเองเป็นหนึ่งในผู้เล่าประสบการณ์หรอกค่ะ แต่ติดใจเพราะซาบซึ้งในเรื่องเล่าของวิทยากรอีก 3 ท่าน ทั้งโดยตัวเนื้อเรื่องและสไตล์การเล่าของแต่ละท่าน เขย่าหัวใจได้อย่างซาบซึ้งจริงๆ เรื่องราวบางส่วน อ.ประพนธ์ได้เล่าไว้ในบันทึกนี้ แต่ก็ยังอยากขยายความอีกหน่อย โดยเฉพาะเรื่องเล่าเรื่องนี้....
เรื่องเล่า “แม่จ๋า.. อย่าทิ้งหนู”
โดยคุณวนิดา เทพจันทร์ หัวหน้าหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด คณะแพทยศาสตร์ มช. เธอเล่าว่า..
คุณ.. เป็นนักศึกษาคนหนึ่ง เกิดตั้งครรภ์ในวัยเรียน เธอถูกปฏิเสธจากฝ่ายชาย จึงพยายามกินยาแต่ก็ไม่สำเร็จ การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปภายใต้การดูแลของครอบครัวผู้ใจดี ระหว่างนั้นเธอก็พบเจอกับชายคนใหม่ จึงวางแผนจะยกลูกให้ครอบครัวผู้ใจดีหลังคลอด เพื่อไปอยู่กับแฟนใหม่
หลังคลอด คุณวนิดาได้ยินพยาบาลในห้องคลอดพูดกันว่า รายนี้ ไม่ต้องเอาเด็กไปให้แม่หรอกนะ เพราะเขาบอกไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าจะยกเด็กให้กับครอบครัวผู้ใจดี คุณวนิดาเธอได้ฟังแล้ว รู้สึก… เธอไม่ยอม เธอตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่าง
เธอเข้าไปคุยกับคุณแม่ผู้นี้ หว่านล้อมและ ขอให้แม่ทำบุญให้ลูกสักครั้ง โดยการให้ลูกได้ดื่มนมจากแม่เพื่อสร้างความต้านทานให้ลูก แล้วเธอก็ได้รับคำยินยอมให้นำลูกมาให้แม่ เธอช่วยประคับประคองให้ลูกได้ดื่มนมแม่ เธอดีใจที่เห็นเด็กดูดนมแม่ได้เป็นอย่างดี แล้วก็ยังให้พ่อใหม่เข้ามาช่วยอีกแรง
และแล้ว ก่อนออกจากโรงพยาบาล เธอก็ได้รับการร้องขอจากแม่ให้พูดกับครอบครัวผู้ใจดี เพื่อขอลูกไปเลี้ยงดูเอง
ภาพสุดท้ายของเรื่องเล่า เป็นภาพความสุขของครอบครัวกับเด็กน่ารักวัย 4 เดือน ที่บ้านบนดอยของคุณแม่วัยรุ่นผู้นี้
.......................................................................................................
เรื่องเล่าของคุณวนิดา เขย่าหัวใจของดิฉันจริงๆ ค่ะ นี่เองหรือคือการดูแลคนไข้ด้วยด้วยหัวใจ ด้วยจิตที่เมตตา และด้วยการกระทำแห่งความกรุณา !!
รู้สึกว่า ได้รับรู้และเข้าใจความหมายของคำว่า Humanized health care ผ่านเรื่องเล่าเล็กๆ ในห้องนี้ มากกว่าคำนิยามที่เขียนในเอกสารการประชุม และ มากกว่าการฟังบรรยายเชิงทฤษฎีมากมาย
เรื่องเล่าเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจ
ขอบคุณ พรพ. ที่สรรหาคนและเรื่องราวดีๆ ให้ได้เรียนรู้..
ไม่ได้เข้าฟังด้วย
แต่เห็นด้วย อย่างยิ่งครับ
เป็นเรื่องเล่าที่สื่อได้ชัดแจ้งอย่างที่อาจารย์พูดถึงจริงๆค่ะ รู้สึกว่า เทียบวิธีการเล่าในบันทึกของอ.ประพนธ์กับในบันทึกนี้ ให้ภาพของคนเล่าในลักษณะที่ต่างกันนะคะ ชอบ version นี้ของอาจารย์ค่ะ รู้สึกเหมือนดูหนังคลาสสิกที่ ภาพอยู่ในสมอง และการแปลความหมายเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในใจค่ะ จะทำให้รู้สึกตื้นตัน "in" กับ theme ของงานปีนี้จริงๆค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ที่นำมาถ่ายทอดนะคะ
หากคุณโอ๋ ได้ฟังคุณวนิดาเล่าเอง จะ in กว่านี้ค่ะ เธอบอกว่าตื่นเต้นมาก เพราะเป็นเวทีใหญ่ครั้งแรก มือเธอเย็นมาก และตอนเล่าเสียงก็สั่นเล็กน้อย แต่ตอนเธอเล่าได้อารมณ์จริงๆ ค่ะ
เสียดายจังครับ ไม่ได้เข้าห้องนี้ นึกแล้วยังเสียดายไม่หาย
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ คือสายสัมพันธ์ที่ดีที่สุดจริงๆค่ะ