Team Chemistry

       ดิฉันอ่าน blog ของสคส.( อาจารย์วิจารณ์ )ด้วยความรู้สึกดีใจที่ทางสคส.จะมีการวางยุทธศาสตร์ในปีต่อไปคือ     จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า KM plus     

   ดิฉันเริ่มทำงานคุณภาพและใช้เครื่องมือมาหลายอย่าง   ที่เห็นชัดเจนคือ      การใช้CQIมาเป็นเครื่องมือให้เกิดการพัฒนา          ในการใช้จะไม่ยุ่งยากมากเพราะจะสื่อสารง่ายจากการที่ทีมรู้จักPDCA มาก่อน             เมื่อเราต้องทำ PMQAเราต้องรู้จักคำว่า  OFI    หรือการปรับปรุงให้ดีขึ้น      บางครั้งพวกเราซึ่งเป็นผู้บริหารเองจะสับสนกับคำๆนั้น    ทำให้ต้องจำความหมายและเราต้องรายงานกรมด้วย     

      การพัฒนาของสถาบันเราใช้เครื่องมือที่ทางHAได้กำหนดเป็นมาตรฐานไว้ตามหนังสือที่จำหน่าย      บางอย่างที่ทางHAมาถามอาจจะต้องหาความรู้จากการฝึกอบรม          เช่นรายละเอียดของ HRD         การประเมินผลงาน และ การตั้งมาตรฐาน         การอบรมที่สอดคล้องกับปัญหา       impactที่เกิดขึ้น

        เมื่อทราบนโยบายการพัฒนาของสคส.แล้ว       ดิฉันถือโอกาสเอาคำใหม่ๆมาสื่อสารให้ผู้สนใจอ่านเล่นๆเพื่อเพิ่มdendrite ในสมองค่ะ       

      ดิฉันนำมาจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (26-12-49  )ซึ่งเขียนโดย ดร. นิตยา นิรนารถโกมล เกี่ยวกับ

Team chemistry      ซึ่งเป็นปัญหากับการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ             ปัญหาขององค์กรที่เราสร้างทีมเช่นทีมที่สร้างจากการอบรมwork smart          มีทีมนำเสนอCQIหลังจากนั้นทีมก็จะสลายไป            เราจะสร้างทีมที่แข็งแกร่ง  และทำงานร่วมกันได้ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืนได้อย่างไร?

อาจารย์ เสนอว่าเราต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจในธรรมชาติของการทำงานร่วมกันของคนหลากหลายความคิดและพฤติกรรม         เพราะเป็นสถานการณ์จริงและเป็นอยู่ตลอดเวลา        เราต้องเข้าใจและจัดการกับมันได้จึงจะสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพได้

อาจารย์เอ่ยถึงการเสริมจุดต่าง ( diversity)ของสมาชิกในทีม        ในสมัยโบราณจะเรียกว่าสองหัวดีกว่าหัวเดียว 

 ทีมที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่ว่าจะมีคนเก่งและมากด้วยความสามารถมาอยู่รวมกันเท่านั้น           แต่ต้องนำความเก่งและมีความหลากหลายและความแตกต่างของคนเหล่านั้นมาเป็นพลังของการขับเคลื่อน เกื้อกูล และค้ำจุลกัน       เสริมสร้างกันอย่างถูกวิธี

อาจารย์เปรียบสมาชิกในทีมเป็นธาตุ        การที่เราเข้าใจคุณสมบัติประจำตัวที่แตกต่างของธาตุแต่ละชนิดทำให้เราคัดเลือกธาตุที่เหมาะสมกับงานวิจัยเคมี             การทำงานเป็นทีมเราต้องเข้าใจและคัดคนที่มีความสามารถ (competency)     เข้าใจความถนัด จุดแข็งและข้อจำกัดของสมาชิกทีมเหล่านั้น         การนำความเด่นของคนในทีมมารวมกันเราไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นเวลาจะผสมธาตุต่างๆ     เราต้องมีกฎเกณฒ์       ในการทำงานของทีมเราต้องมีเงื่อนไขและประเพณีปฏิบัติเช่นการยอมรับความคิดที่แตกต่าง       การช่วยเหลือและให้กำลังใจกัน

การใส่สารเร่งเคมี (catalyst) เช่นสิ่งจูงใจต่างๆจะทำให้ทีมเกิดพลังที่จะใช้ทั้งพลังกาย พลังใจ พลังสมองเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคไปได้         พลังงานที่เกิดจากการสร้างทีมถ้าเป็นพลังงานที่ขับเคลื่อนไปในทางเดียวกันก็จะเป็นพลังงานบวก  แต่มีหลายครั้งที่เกิดพลังงานออกมาในรูปของความขัดแย้งเราต้องยึดเป้าหมายขององค์กรเป็นหลักเพื่อให้คนไม่ยึดถือตนเองเป็นเป้าหมาย        แต่มาแก้ปัญหาร่วมกัน

ดิฉันมีทีมทีทำงาน ทั้งทีมที่มีการคัดเลือกแล้วทำงานด้วยกันอย่างดีเนื่องจากหัวหน้าทีมเก่งและมีความสามารถ     สมาชิกในทีมให้ความไว้วางใจ           มีทีมที่สมาชิกอาจจะยอมทำงานด้วยแต่สมาชิกอาจจะไม่ค่อยไว้ใจหัวหน้าทีม         ผลของการพัฒนาขึ้นกับธาตุที่มาประกอบ       บางอย่างงานได้ผลคนพอใจ        บางอย่างงานได้ผลคนเบื่อนาย       บางอย่างงานก็ไม่ได้ผลคนก็เบื่อนาย     ตัวดิฉันเองก็ยังมีปัญหาในการสร้างทีมเหมือนกันค่ะ 

 การเลือกคนในทีมในระบบราชการมีข้อจำกัดจากกรอบที่คนที่มีปัญหาจะออกจากระบบยาก       บางคนไม่ไว้ใจลูกน้องจะต้องส่งคนที่ตนเองไว้ใจมาทำงานซึ่งอาจจะไม่ถนัดในงานนั้นๆ

      การทำงานอาจจะต้องหา catalyst และหางานให้เข้ากับคน         เราเคยมีลูกจ้างประจำที่มีปัญหาที่ออกยากบ้าง      เคยมีแพทย์ที่ทำงานกับคนอื่นยาก     เคยมีพยาบาลซีสูงๆที่ทำงานสู้น้องชุดฟ้าไม่ได้เพราะไม่ประสานกับทีมแพทย์บ้าง ซึ่งเรากำลังแก้ไขค่ะ

        ผู้บริหารทุกระดับคงต้องคิดเราจะสร้างทีมอะไร   แบบใหน      ที่จะทำให้มีทีมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดค่ะ     บางครั้งก็เป็นปัญหาจากผู้บริหารเองที่แก้ยากเพราะเราไม่รู้ตัวเอง       ถึงมีคนบอกก็มักจะอดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ค่ะ

ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นของอาจารย์และประสบการณ์บางส่วนที่ดิฉันนำมาฝากในวันหยุดค่ะ          คนที่มีประสบกาณ์ในการสร้างทีมแล้วเกิดทีมที่มีประสิทธิภาพมากกรุณาให้ความเห็นเป็นวิทยาทานให้พวกเราบ้างนะคะ     ส่วนดิฉันเองหลังจากผิดไปหลายครั้งระยะหลังๆจะให้หัวหน้าทีมไปหาลูกทีมเองโดยที่จะไม่ไปแนะนำอะไรจนกว่าจะได้รับคำปรึกษาค่ะ    รู้สึกว่าจะได้ผลดีค่ะ

ดิฉันเห็นคำมันแปลกดีเพราะดิฉันชอบเรียนวิชาเคมีก็ถือโอกาสมาเล่าให้ฟังค่ะ    

 กรุณาอย่าเครียดกับคำใหม่ๆนะคะ