เมื่อ ๒๙ พ.ย. ๔๘  ได้ฟังบรรยายเรื่อง KM และ CoP  โดยคุณพูนลาภ    อุทัยเลิศอรุณ  [email protected]

สรุปบางประเด็นได้ว่า

Learning Organization  ต้องทำให้องค์กรใฝ่รู้ (ไม่ใช่รู้คนเดียว)  จึงต้องทำให้ความรู้กระจายไปในองค์กร  วิธีหนึ่งที่ทำได้ คือการแบ่งปันความรู้

KM ยุคที่ ๑  สั่งให้ทำ KM และให้รางวัลล่อ  ปัญหาในยุคนี้คือ องค์กรพยายามพัฒนาฐานข้อมูล
KM ยุคที่  ๒ พยายามสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้  ปัญหาในยุคนี้คือ องค์กรใช้เวลามากในการเปลี่ยนวัฒนธรรมในองค์กร
KM ยุคที่  ๓  การทำ KM  จัดการโดยผู้ที่ใช้ความรู้เอง  ปัญหาที่ KM ไม่เกิดในยุคที่ ๓ เพราะ 
        ๑ หัวข้อไม่ตรงกับความต้องการ
        ๒ไม่ไว้วางใจ  ไม่สนิท
        ๓(ระดับสูงกว่า)ไม่ได้ให้คุณค่าแก่เขาอย่างเพียงพอ

CoP ประกอบด้วย โดเมน  ชุมชน  แนวปฏิบัติ  ต้องพัฒนาสามอย่างนี้ไปพร้อมกัน
โดเมน เป็นแรงปราถนาร่วมกันในเรื่องหนึ่งๆ
ชุมชน ต้องมีปฏิสัมพันธ์และสร้างความสัมพันธ์
แนวปฏิบัติ เพื่อแลกเปลี่ยนและพัฒนาความรู้ร่วมกัน

CoP พัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้าง


หลักห้าประการในการดูแล CoP
๑  ออกแบบเพื่อให้เกิดวิวัฒนาการ
๒  เชื้อเชิญสมาชิกจากระดับที่แตกต่างกันให้เข้าร่วม
๓  พัฒนาพื้นที่สาธารณะ
๔  มุ่งเน้นที่คุณค่า
๕  ผสมผสานความคุ้นเคยและสร้างความตื่นเต้น เพื่อสร้างจังหวะให้กับชุมชน

สมาชิกใน CoP
กลุ่มแกนหลัก ประกอบด้วยผู้ประสานงานใน CoP  กลุ่มนี้มีจำนวนประมาณ ร้อยละ ๑๐-๑๕ แต่ให้ความรู้กับชุมชนประมาณ ร้อยละ ๘๐

กลุ่มประจำ  ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญใน CoP  กลุ่มนี้มีจำนวนประมาณ ร้อยละ ๒๐แต่ให้ความรู้กับชุมชนประมาณ ร้อยละ ๒๐

กลุ่มเปลือกนอก  ประกอบด้วยคนนอกที่เข้ามาเยี่ยมและอ่านบันทึกใน CoP  กลุ่มนี้มีจำนวนประมาณ ร้อยละ ๗๐-๘๐แต่ไม่ให้ความรู้กับชุมชนเลย

ผู้ประสานงาน  ไม่ควรเลือกตามอาวุโส  ขอให้เป็นคนมีไฟและเจียดเวลาให้ได้อย่างน้อยร้อยละ

๒๐

ขั้นตอนการพัฒนา  CoP

๑  กำหนดโดเมน
๒  หา Core Group และคนที่สนใจมากๆ
๓  สร้างความเป็นชุมชน
๔  จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (ทั้งแบบFace to Face  และแบบ Online
๕  สื่อสารความคืบหน้าและประโยชน์ ตลอดจนความรู้ที่เกิดขึ้น
๖  ให้รางวัลการยกย่อง เชิดชูแก่ Core Group และผู้ให้ความรู้แก่ชุมชน
๗  พัฒนา   CoP ในเรื่อง  CoP
๘  จัดเก็บความรู้ให้เป็นระบบ

การวัดผล KM
ระดับ ๑  วัดกิจกรรม  (จำนวนสมาชิก  จำนวนคนเข้าชม  จำนวนผู้ตอบ ฯลฯ)
ระดับ ๒  วัดระดับความรู้  (สร้างองค์ความรู้มากน้อยแค่ไหน)
ระดับ ๓  วัดผลกระทบ  (ช่วยลดเวลาทำงาน/ข้อผิดพลาด  เกิดประสิทธิภาพอย่างไร)