ความเห็นล่าสุด



คงมีความรู้สึกเหมือนๆกัน อยากได้ แต่ไม่มีทุน คำตอบจึงอยู่ที่ "ทุน" ครับ ซึ่งหาเงินได้จาก 2 ช่องทางเท่านั้น คือ เงินออม กับ เครดิต ครับ

เงินออม ได้จากการเก็ย

เครดิต ได้จากผู้อื่นที่เขาให้ยืมโดยมีความหวังว่าจะได้เงินต้นคืน ดังนั้น ถ้าไม่มีเครดิต เขาก็ไม่ให้กู้ นี่คือปัญหา ครั

จะให้ยุติธรรม เกี่ยวกับ "การยุยงให้เกิดความเกลียดชัง" ระหว่าง 2 ศาสนานี้ ต้องตีแผ่ทั้ง 2 ฝ่ายครับ

  • มาอยู่ที่อำเภอลี้ กิ่งไม้ที่โดนพายุหักลงมา จัดแจงเอามาทำประโยชน์เป็นถ่านไว้ใช้เช่นเดิม

         มีอีเมล์จ่ากคุณ สังวาล ดิษฐ์ทอง เมื่อ Sun, 22 Sep 2013 มาถามว่า "อยากทราบวิธิการดูแลรักษาหญ้าในสนามกอล์ฟในแต่ละส่วนครับ ว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?"  เห็นว่าหากตอบโดยรวมน่าจะมีประโยชน์กับคนอื่นด้วย  ผมจะตอบคุณสังวาลย์ ดังนี้ครับ  

ในสนามกอล์ฟมีพื้นสนามหญ้าที่ต้องดูแลอย่างน้อย 2 ส่วนที่สำคัญๆ คือ 1) แฟร์เวย์ 2) กรีน  ซึ่งหากให้แบ่งย่อยอีกดังนี้

 1) แฟร์เวย์  รวมถึง

   - แท่นทีออฟ หมายถึงจุดตีที่มีหมุดสีปักอยู่ การดูแลคือรดน้ำและกำจัดหญ้าอื่นๆ(วัชพืช) ออกไป  หญ้าอาจยาวได้ถึง 5.0 ซม.
   - พืนสนามแฟร์เวย์  หมายถึงพื้นหญ้าสำหรับลูกเดินทาง ที่ตัดเรียบหญ้ายาวไม่เกิน 0.5-1.0 ซม สำหรับสนามดีๆ  แต่ถ้าเป็นสนามธรรมดาๆ อาจยาวได้ถึง 3.0 ซม. เลยทีเดียว

   - ร้าฟ  หมายถึงพื้นหญ้าที่ปล่อยให้หญ้ายาวกว่า 1.0 ซม.  บางสนามอาจปล่อยให้ยาวได้ถึง 10 ซม. หรือ 4 นิ้วฟุต  การดูแลก็คือรดน้ำในหน้าแล้งอาจจะเป็น 3-5 วัน ต่อครั้ง   แต่ถ้าเป็นหน้าฝนอาจไม่ต้องรดเลย

   - เขตอุปสรรค  อาจเป็นป่าที่มีทั้งหญ้าและเถาวัลย์ บางทีก็มีน้ำแฉะร่วมด้วย ส่วนนี้แทบจะไม่มีหญ้าที่ปลูกก็ว่าได้  และอาจไม่นับเป็นแฟร์เวย์

2) กรีน รวมถึง

   - ผิวกรีน  เป็นส่วนตัดหญ้าเรียบ เป็นส่วนที่ต่อเนื่องและล้อมรอบหลุมกอล์ฟ   ซึ่งถ้าเป็นรถตัดกรีน สามารถตัดได้ต่ำสุดเพียง 0.3 ซม.( 3 มิลลิเมตร)  ไว้สำหรับพัตกอล์ฟด้วยพัตเตอร์เท่านั้น

   - ฟลิ้น  เป็นส่วนที่อยู่ระหว่างหญ้าแฟร์เวย์กับหญ้ากรีน  ส่วนมากจะเป็นหญ้าพันธุ์เดียวกันกับผิวกรีน แต่จะตัดให้หญ้ายาวกว่ากรีนประมาณ 0.5-1.0 ซม.  ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันไม่ให้หญ้าแฟร์เวย์รุกเข้าไปในกรีนด้วย และทำหน้าที่เป็นอุปสรรคบนกรีนด้วย เพราะเมื่อพัต ลูกกอล์ฟจะวิ่งหนืดกว่าบนกรีน เพราะหญ้ายาวกว่า

ทั้งกรีนและฟลิ้น  มักจะตัดหญ้าจนเรียบ แม้จะมีความยาวของหญ้าที่แตกต่างกัน สนามดีๆื อาจตัดกรีนสัปดาห์ละ 2 วัน  ถ้าสนามธรรมดาๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละวันพร้อมกับการเจาะหลุมธงในตำแหน่งใหม่

   นอกจากนี้ ทั้งบนบนกรีนและบนแฟร์เวย์ เมื่อใช้ไปนานๆ การถูกรถตัดหญ้าบดอัด/เหยียบย่ำ จะทำให้ชั้นดินถูกอัดแน่นจนทำให้น้ำไม่ซึมถึงรากหญ้า  ซึ่งอาจเป็น 1-3 ปี  ก็จะต้องมีการเจาะรูเล็กๆขนาดความกว้างของรูประมาณ1.0-2.0 ซม. ลึกประมาณ 7.5-10.0 ซม. ห่างกันประมาณ 4-6 นิ้ว  แล้วลงทรายกยาบ (Topsoi) ซึ่งเป็นการเพิ่มความสามารถในการซึมของน้ำลงชั้นดินได้ดียิ่งขึ้น  นอกจากนั้นก็มีใส่ปุ๋ยตามระยะเวลาอันควรด้วย  ปุ๋ยที่ใช้มักจะเป็นยูเรียที่ทำให้ใบหญ้าเขียวขจีครับ

     ทั้งหมดนี้พูดถึงการบำรุงรักษาอย่างเดียวครับ  ไม่ได้พูดถึงการสร้างครับ  เพราะการสร้างมีขั้นตอนการเตรียมด้านภูมิสถาปัตย์อีกมากโข  ตลอดจนการเตรียมพื้นดินให้เหมาะสมในแต่ละส่วน  ซึ่งแต่ละส่วนก็ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น "หลุมทราย" ต้องออกแบบให้ระบายน้ำได้เร็ว  และทรายแห้งเร็ว  "แฟร์เวย์" ต้องออกแบบให้ระบายน้ำได้ดี วางแผนเรื่องแหล่งน้ำและการรดน้ำที่ง่ายด้วย  อาจมีระดับสูงต่ำที่สอดคล้องกับการตีของนักกอล์ฟระดับฝีมือที่แตกต่างกันด้วย  ถ้ามีโอกาสจะเขียนถึงวิธีการสร้างให้นะครับ

ขอบคุณคุณเสน่ห์ ครับ ที่ Modify เครื่องมือให้เหมาะสมกับเมืองไทย  สำหรับปัญหาของคุณ petch  ปัญหาคือ ใบมีดไม่มีแรงหมุน  ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเครื่องรุ่นนี้มีครัช 2 ชุด ชุดแรกเป็นชุดขับเคลื่อนการเดิน ชุดที่สองเป็นชุดขับเคลื่อนใบมีด เวลาจะใช้งานต้องบีบครัชทั้ง 2 ชุดเข้าหากั เครื่องจึงจะเดินหน้าและตัดไปด้้วย  ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นคงเกิดกับครัชชุดขับใบมีด  ซึ่งต้องวิเคราะห์หาเหตุที่ใบมีดไม่หมุน  เพราะ 1) มีเศษหญ้าเข้าไปติดหรือเปล่า ปัญหานี้เกิดจากการตัดหญ้าเปียกครับ  เมื่อใบมีดตัดให้หญ้าขาดคลุกเคล้ากับน้ำ หญ้าที่ออกมาจะสามารถปั้นเป็นก้อนได้ ทั้งๆ ที่มันควรจะส่งออกมาให้ปลิวเข้าถังเก็บ  แต่ดูแล้วไม่น่าจะเกิดจากปัญหานี้ เพราะเป็นปัญหาพื้นๆ ที่สามารถวินิจฉัยและแก้ไขได้ง่ายสุด   2) ระบบครัช "ไม่จับ" อาจจะเกิดจากสายครัช เมื่อบีบครัชชุดตัด แผ่นครัชจะจับ ใบมีดจะหมุน แต่ถ้าปล่อยระบบครัชจะจากด้วยแรงดึงของสปริง  ถ้าสายครัชไม่สกปรกจนไม่เคลื่อน ก็ให้ลองดูที่สปริงดึงสายครัชนั่นว่ามันยังอยู่ดีหรือไม่  ถ้าสปริงล้า เมื่อเครื่องร้อน มันจะยิ่งอ่อนจนไม่สามารถดึงครัชให้จับได้  กับอีกประเด็นที่มีโอกาสเป็นไปได้ คือระบบส่งกำลังเครื่องยนต์ที่ผ่านโซ่และเฟืองนั้น บางท่านคิดว่าต้องบำรุงเหมือนโซ่รถมอ-ไซค์ คือต้องหยอดน้ำมันเครื่อง ซึ่งผิดครับ เพราะระบบส่งกำลังผ่านโซ่ อยู่ติดกับระบบครัช  ถ้าน้ำมันเครื่องที่หวังหล่อลื่นโซ แต่ดันไปหล่อลื่นครัช ทำให้ครัชไม่จับนั่นเอง  เท่าที่ดูระบบครัชของเครื่องตัดหญ้ารุ่นนี้ มีแค่นี้เองนะครับ 

สรุปว่าโครงการนี้ ส่งเสริมให้เจ้าของที่ดินในประเทศลาว เข้ารับการส่งเสริมปลูกยางพาราใช่ไหมครับ 

เมื่อต้นปี 2556 มีเพิ่มอีกปั้มครับ เป็นปั้ม LPG อยู่แถวๆแยกดอนยาง  ก่อนถึง ปั้ม ปตท. รั้วติดกับปั้มเลย  อยู่ฝั่งขาออกจากปัตตานี ครับ

ถามคุณทนายวินิจหน่อยครับ แลกเปลี่ยนเรียนรู้นะครับ  ทางภาคอีสานมีโรงงานรับซื้อไม้ยางที่ไหนบ้างครับ  ผมแค่อยากรู้ Demand - Supply นะครับ เพราะรู้ว่าทางภาคอีสานมีต้นยางพาราปลูกกันเยอะแล้ว  ตอนนี้ทางภาคเหนือก็ปลูกมากอยู่เหมือนกัน  ผมก็ไปปลูกไว้เล่นๆ อยู่เหมือนกัน ดูได้ที่นี่ครับ

ที่บอกว่าของผมอายุ25ปีแล้ว

1) อยู่ทางภาคอีสาน > อยากรู้ว่าจังหวัดไหน เพราะจะไปเกี่ยวข้องกับการขนส่งไปโรงงาน ครับ

2)แต่ต้นก็ไม่ใหญ่เท่าไหร่ > อยากรู้ว่าเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นที่ระดับสูงจากพื้น 1.05 เมตร เฉลี่ยเท่าไร เช่น 12 นิ้ว ขึ้นไป กี่%   4-6 นิ้ว กี่% 7-10 นิ้ว กี่%   เพื่อที่จะหาจุดคุ้มทุน จะได้ประเมินราคาครับ



ขอบคุณ  จินตนา คงเหมือนเพชร ที่ให้กำลังใจ  เมื่อ 1-10 ธันวาคม 2555 ที่ไปดูมาครั้งสุดท้าย  ปลูกหมดแล้ว ทั้งริมรั้ว ริมห้วย วันที่  10 มกราคม 2556  ให้ลูกชายขึ้นไปใส่ปุ๋ยรอบ 2 อีก 15 กระสอบ ครับ  ไม่ได้ให้เขาใส่เองหรอกครับ เพียงแต่ทุกปุ๋ยไปส่งให้คนงานใส่ให้ครับ

ขอบคุณ คุณจินตนา ครับ  ตอนนี้ที่สวนยางผมเตรียมน้ำไว้แล้ว ช่วงนี้กลาง มค. 56  รออีก 2-3 เดือน  ประมาณ พฤษภาคม 2556  ผมจะลงกาแฟในสวนยางครับ  เท่าที่ศึกษามา กาแฟจะอยู่ในสวนยางได้จนถึงต้อนยางอายุ 10-12 ปี  ถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกที  ตอนนี้ไม่อยากให้เป็น "พืชเชิงเดี่ยว"  ปัญหาตอนนี้คือตังค์ลงไปกับสวนยางเกือบเกลี้ยงแล้วครับ

แฮะๆ เจตนาคือ จะถ่ายทอดประสบการณ์ นะครับ  ที่เขียนออกไป เพราะไม่เคยคิดจะ "กั๊กวิชา" ครับ  เพราะบางเรื่อง หาองค์ความรู้ในท้องถิ่นยากจริงๆ  ผมเรียนมาทางการใช้สื่อเพื่อการศึกษา จึงเห็นประโยชน์ของการใช้ IT ในการเผยแพร่ความรู้ทางการเกษาตรที่เราถนัด เพราะชาวนาชาวสวน ส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการถ่ายทอดครับ  และคนที่มีความรู้ทาง IT ก็มักจะเป็นผู้ไม่รู้ทางการปลูกและบำรุงรักษาต้นไม้  ผมเลยทำตัวเป็นคนกลางให้ครับ

ไม่ได้เข้ามาติดตามนาน ขออภัยตอบช้าไปเยอะ  ถ้าจะคุยกันเรื่องนี้แบบติดต่อง่ายๆ ผมเขียนเพจไว้ที่ "ปลูกยางพารานอกถิ่นปักษ์ใต้" บนเฟสบุค ครับ  ลองเข้าไปใช้คำค้นดังกล่าวที่เฟสบุคนะครับ  แล้วช่วยกด Like บนเพจ ก็จะได้การสื่อสารที่ง่ายขึ้นมาอีก  บน G2K นี่ ผมเขียนไว้เพื่อผลระยะยาวครับ เพราะบนเฟสบุค นานๆไปมันจะหายาก  แต่บน G2K จะยั่งยืนกว่าครับ  บางเรื่องเขียนไว้ตั้งแต่ ปี 2548 ยังมีคนอ่านและใช้ประโยชน์อยู่ครับ  เข้าประเด็น เมื่อธันวาคา 2555 ผมไปเยี่ยมสวนยางที่อำเภอลี้ ที่เขาครบอายุเปิดกรีด  ปริมาณน้ำยางให้มากกว่าปักษ์ใต้ครับ  อาจเป็นเพราะหน้าหนาวด้วยมั้งครับ ต้องค่อยดูหน้าแล้งต่ออีกระยะ  วันนั้นที่เห็นยางกรีดครบ 24 ชม.แล้ว น้ำยางยังไหลอยู่เลย ทำให้น้ำยางเกือบเต็มถ้วย  แต่มองอีกมุม หากน้ำยางไหลยาวอย่างนี้อาจทำให้ต้นโทรมและเปลือกตาย ต้นตายในที่สุดครับ ต้อระวัง -- ผมเอามาตรฐานปักษ์ใต้ไปเทียบนะครับ ที่โน่นไม่ทราบเป็นอย่างไร  เข้าไปคุยกันที่ FB ก็ได้นะครับ

โห คุณส่องหล้า ใครก็ยกเลิกให้ไม่ได้นะครับ คุณต้องยกเลิกเองนะครับ  ลองย้อนไปอ่านวิธีการ ถ้าไม่เข้าใจค่อยถามนะครับ

ตอบคุณ พิรุฬห์ลักษณ์ สิงห์ใจ

รู้สึกว่าคุณจะมีความรู้ภาษาพม่าดีกว่าผมมั้งครับ ผมก็อยากเรียนภาษาพม่าครับ  หลังจากที่สาวพม่าสอนให้วันนั้น ก็ไม่ได้เรียนเพิ่มเติมอีกเลย ผมเคยขอให้เธอสอนให้ แต่เธอบอกว่านายจ้างเธอห้ามไม่ให้สอนให้ใคร ผมเลยไม่ได้เรียนอีกเลย  ถ้าดูจากคนที่เข้ามาดูบทความนี้ในวันนี้ 42,724 ครั้ง แสดงว่าคนสนใจภาษาพม่าเยอะ แต่ไม่มีที่เรียนจริงๆ เท่าที่ทราบมีที่ ม.นเรศวร ครับ  ที่อื่นไม่แน่ใจ  ผมเชื่อว่าแถวๆ ปักษ์ใต้(และที่อื่น) ที่มีแรงงานพม่าเยอะ ถ้าได้รู้ภาษาพม่า จะทำให้ธุรกิจฉลุยนะครับ ยิ่งต่อไปเปิดเมืองท่าทวาย งานจะไหลมาเทมานะครับ


ไปดูที่ศูนย์คูโบต้าเลย  มีระบบผ่อนได้ด้วย

ตอบคุณลูกตาล ครับ

       ผมไม่ค่อยเคลียร์คำว่า "บุ่ง" ครับ  แต่ถ้าดูเนื้อความแล้ว น่าจะเป็นที่ลุ่ม ที่มีน้ำขัง  โดยหลักของสวนยาง หากมีน้ำขังให้น้ำท่วมโคนเป็นเวลานานๆ  ไม่ดีครับ  แต่ถ้าขังเป็นครั้งคราวหรือช่วงระยะเวลาหนึ่งก็พอได้ เช่น ช่วงฤดูน้ำหลาก น้ำท่วมสัก 30-40 วัน ก็พอทนได้ครับ(สำหรับยางที่โตยอดพ้นน้ำ -แต่ถ้าเป็นยางเล็ก น้ำท่วมยอดแค่ 3-7 วัน ก็ตายครับ)  แต่ในระยะยาวหากระดับน้ำใต้ดินน้อยกว่า 1.00 เมตร ก็ไม่ดีครับ เพราะรากยางพารา ไม่ชอบระดับน้ำใต้ดินที่สูงเกิน ถ้าระดับน้ำใต้ดินสูงเกินจะทำให้รากไม่หยั่งลงไป คือถ้าลงไปเจอน้ำ มันจะหนีขึ้นโดยธรรมชาติ  เมื่อมีแต่รากผิวดิน ทำให้รากลอย ลมแรกต้นล้มได้ง่าย ลแะรากเน่าไม่ให้น้ำยางอีกต่างหาก  การขุดคลอง + ยกร่องจึงถูกต้องครับ เพื่อยกระดับผิวดินหนีระดับน้ำ  ที่สำคัญเมื่อยกร่องแล้วต้องมีทางระบายน้ำออกด้วย ถ้าไม่มีทางระบายน้ำออกจะทำให้น้ำท่วมร่องอยู่ดี  คำตอบสำหรับคำถามข้อ 1 คือ จะบำรุงรักษาได้ดีต้องระบายน้ำออกให้ได้  สำหรับคำถามที่ 2 การปลูกพืชแซมต้นไม้อื่น ให้ผลไม่เต็มที่ครับ ยิ่งมีไม้อื่นหลายต้นยิ่งแล้วใหญ่ ธรรมชาติของต้นไม้ยืนต้น(ยกเว้นไม้พื้นล่าง) ถ้าปลูกใต้ร่มเงาไม้อื่นหรือในรัศมีรากไม้อื่น การเติบโตก็ไม่เต็มที่ ปกติยางพาราอายุ 7 ปี ที่ระดับ 1.50 เมตร จากพื้น เส้นรอบลำต้นจะได้ 50 เซ็นติเมตร  แต่ถ้าถ้าปลูกใต้ร่มเงาไม้อื่นหรือในรัศมีรากไม้อื่น  อาจได้เพียง 10-40 ซม. ขึ้นอยูกับใกล้-ไกล จากร่มเงามากน้อยแค่ไหน  อันนี้ต้องทำใจครับ  อยากเอายางนาไว้ ก็ไม่ได้ยางพาราเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ชั่งน้ำหนักเอาก็แล้วกันว่าจะทำอย่างไร  การโค่นยางนานั้นแม้จะอยู่ในที่ของเราก็ต้องขอป่าไม้ใช่ไหมครับ

ผมพบปัญหา ภาพที่อยู่บน paint เป็นภาพแนวตั้ง แต่พอเอาขึ้น ไฟล์อัลบั้ม แล้ว มันกลายเป็น "ภาพแนวนอน" หาเครื่องมือที่จะหมุนภาพบน G2K ไม่ได้เลยครับ  ก่อนหน้านี้ผมเคยแก้ปัญหาด้วยการ Corp ภาพใหม่ ให้เป็นแนวนอนครับ  ซึ่งทำให้รายละเอียดบางส่วนของภาพหายไป

ถ้าถามถึงราคา ผมว่าไม่น่าต่างจากมะพร้าว เพราะถ้าเอลูกมาเปรียบเทียบกับมะพร้าวแทบจะแยกไม่ออกนะครับ ถ้าจะปลูกในเชิงเศรษฐกิจไม่น่าจะต่างจากมะพร้าวครับ จะยากมากสำหรับการเอาผลลงมาด้วยลิง หรือแม้ใช้คนขึ้นก็เถอะ เพราะไม่สามารถปลิดทีละผลได้ คงต้องตัดลงทั้งทะลายอย่างเดียวครับ ให้นึกถึงเวลาเอาลูกตาลลงนั่นแหละครับ เหมือนกันเลย ผมไม่แน่ใจว่าถิ่นอื่นเรียกชื่ออย่างไรนะครับ แต่ปัตตานี เรียก "แพร้ว" คำว่า "มะ" นำหน้านั้นผมใส่เอาเองครับ เพราะ "มะพร้าว" ทางใต้เรียก "พร้าว" ดังนั้น "แพร้ว" จึงน่าจะเรียก "มะแพร้ว" แต่ถ้าเรื่องนี้ใครจะคัดค้านว่าควรเรียกว่า "แพร้ว" ผมจะไม่โต้แย้งครับ เพราะภาษาใต้เรียกห้วนๆ แบบนั้นจริงๆ

      วันที่ 13-18 ตค. 55  ผมได้ขึ้นไปดูแลการบำรุงรักษาสวนยางอีกรอบ  หลังจากประเมินว่าคนงาน 2 คน จัดการหญ้าไม่ทันแน่นอน ไหนจะต้องตัดหญ้า(ด้วยเครื่องสะพาย)ในระยะ ซ้าย 1.00 ม. ขวา 1.00 ม. แต่เพียงไม่กี่วันด้านข้างก็จะรุกเข้ามา  ไหนจะ ถางวัชพืชที่โคนแล้วใส่ปุ๋ย พบว่าเอาไม่ทัน เพราะเพียงถางไป 1 เดือนหญ้าก็จะสูงท่วมเข่า  ดังนั้นจึงเน้นให้เมื่อถางหญ้าตกแต่งวัชพืชที่โคนเสร็จแล้วให้ใส่ปุ๋ยทันที  แล้วผมก็ใช้แทรคเตอร์เข้าช่วย ซึ่งช่อวยได้ 2 แบบ คือ 1) ที่ยังไม่ได้ตัดด้วยเครื่องสะพาย ก็เบิกซ้าย-ขวา แล้วให้คนงานตัดแต่งในแถว ซึ่งจะเหลือหญ้าให้ตัดประมาณ 1.00 เมคร  และแบบที่ 2) เมื่อตัดหญ้าในแถวด้วยเครื่องสะพายแล้ว เอาแทรคเตอร์เปิดซ้าย-ขงา ออกไปอีกเท่ารถแทรคเตอร์หรือประมาณข้างละ 1.20 เมตร  ด้วยวิธีแบบนี้จะสามารถทำให้ร่องยางสะอาดตาขึ้นมาได้บ้าง

           พูดถึงต้นยาง วันนี้ส่วนใหญ่จะโตขึ้นมาประมาณ 1- 3 ชั้น แล้ว ก่อนหน้านั้นที่เคยใส่ปุ๋ยตราสามดอกจิก ประมาณต้นละ 1 ช้อนโต๊ะ น่าจะไม่ดีเท่าไร แต่ด้านทิศตะวันออกมีปุ๋ยสามดอกจิกเหลืออีก 3 กระสอบ ช่วง 5-12 ตค. 55 คนงานเริ่มใส่ปุ๋ย รอบ 2 โดยเน้นให้ใส่มากขึ้นอีกประมาณ 3 -4 เท่า ก็ใส่ปุ๋ยจนหมด 3 กระสอบ แล้วเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยเรือใบ  แล้วกลบดินทับปุ๋ยกันน้ำชะล้างปุ๋ยออกไป  หลังจากวันนี้จะค่อยสังเกตอาการ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี