ซึมเศร้า

กรมสุขภาพจิตเผยโรคซึมเศร้า สาเหตุหลักการฆ่าตัวตายติดต่อทางกรรมพันธุ์
ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูกทั่วประเทศพบแล้วกว่า 3 ล้านคน
ด้านผลวิจัยนักเรียนไทย 1 ใน 10 มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย
ปัญหาการฆ่าตัวตายมีปัจจัยจากหลายสาเหตุโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคซึมเศร้า
ซึ่งเป็นสาเหตุหลักอันดับต้นๆ ล่าสุดกรมสุภาพจิตออามาเปิดเผยว่าโรคดังกล่าวนั้นถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมจากพ่อแม่สู่ลูกได้ด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.dmh.go.th/sty_libnews/news/view.asp?id=2059 

   ดิฉันอยากเล่าถึงประสบการณ์ภาวะซึมเศร้า และความสูญเสีย 2 เหตุการณ์ ทีเพิ่งผ่านมาในชีวิตความรู้สึกสูญเสียที่ยิ่งใหญ่คือเมื่อเดือนสิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา ได้สูญเสียคุณพ่อไป ด้วยโรค IPF (Idiopathic Pulmonary Fibrosis)http://www.upmc.com/HealthManagement/ManagingYourHealth/HealthReference/Diseases/?chunkiid=75687  

    เป็นความรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมาน ในฐานะบุตรสาวคนเดียว ในฐานะผู้เฝ้าดูแล (Care giver) และในฐานะพยาบาลวิชาชีพ ซึ่งทำให้ได้ประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ส่งผลต่อร่างกายที่ทำให้น้ำหนักลดถึง 7 กก. ในเวลา 3 เดือน และเหลือร่องรอยแห่งความเศร้า เสียใจและความคิดถึงอยู่ทุกวันในปัจจุบัน แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติ ของความรู้สึกสูญเสียที่เป็นธรรมชาติของชีวิต   แต่ความรู้สึกสูญเสียล่าสุดที่ผ่านมาเป็นความสูญเสียที่ร้ายแรงและทำใจลำบาก  เมื่อ มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา ลูกศิษย์ฆ่าตัวตาย ในวัยที่กำลังสดใส มีอนาคตที่ดีรออยู่ข้งหน้า ทั้งๆที่เขาเป็นเด็กน่ารัก               ในสังคมของครูและเพื่อนเธอาคือเด็กดี ที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก เป็นนักกิจกรรม นักโต้วาทีที่ได้รับรางวัลระดับมหาวิทยาลัย เรียนดี ประพฤติดี ไม่มีปัญหาชู้สาว หรือสิ่งเสพย์ติด แน่นอนเธอไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง  

   เพียงแต่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า บิดาของเธอเคยพยายามฆ่าตัวตายในลักษณะเดียวกัน ที่เดียวกันแต่ไม่สำเร็จ แต่ต่อมาก็ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ และเธอเองก็ดูปกติดีในสายตาของพี่สาวและมารดา  ซึ่งได้เล่าว่า "เมื่อมีเหตุทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว ซึ่งคิดว่าไม่แตกต่างจากครอบครัวอื่นๆ ทั่วไป เธอมักจะพูดว่า...จะฆ่าตัวตายเหมือนพ่อ..เคยพูด...ไม่คิดว่าจะทำ....."   

   สุดท้าย ในวันนั้นหลังจากทะเลาะกันตามปกติ เธอก็จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายในลักษณะเดียวกันกับบิดา    

   เรื่องนี้ดิฉันไม่โทษใคร...เพียงแต่รู้สึกเสียใจและเสียดายที่ไม่ได้มีโอกาสช่วยเธอ...อย่างน้อย...เพียงได้รับรู้ รับฟังปัญหาอะไรก็ได้ สมเหตุสมผลหรือไม่ก็ได้...เพียงแค่ได้ฟัง... ก็คงจะพอแบ่งเบาทุกข์ของเธอได้บ้าง...สิ่งที่ดิฉันทำได้ก็คือ ปลอบใจครอบครัวที่ทุกข์สาหัส ให้กำลังใจว่าอย่าโทษตนเอง  เธอคงมีบุญอยู่เท่านี้ สองชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณค่าต่อกัน ขอให้กำลังใจให้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างรอบคอบและขอให้รัก เอาใจใส่ดูแลกันและกันอย่างดี...ชีวิตข้างหน้ายังมีความหวังขอให้กำลังใจ...ให้สู้ต่อไป....