โทษอยู่เรื่อย
ถาม
เรื่อง  อย่าโทษครู
             ขณะนี้เรื่องพฤติกรรมเด็กและเยาวชนออกมาไม่ค่อยจะดีนัก  หลายๆฝ่ายก็ออกมาโทษครูว่าอยู่กันอย่างไรถึงปล่อยปละละเลยให้อนาคตของชาติเป็นเช่นนี้   ก่อนอื่นคุณเหล็กหวานต้องเข้าใจก่อนว่าครูในปัจจุบันกับครูยุคก่อนการปฏิรูปการศึกษาหรือครูรุ่นก่อนๆนั้นต่างกันอย่างเห็นได้ชัด  หรือพูดง่ายๆว่าครูเปลี่ยนไป  เปลี่ยนไปในหลายๆด้านเช่น
            ด้านวิชาการ  การเรียนการสอนปัจจุบัน  ครูต้องสอนไม่ให้ผู้เรียนติด 0,ร,มส  พูดให้ง่ายเข้าอีกคือผลการเรียนของผู้เรียนอย่างต่ำจะต้องได้  1  แม้ว่าผู้เรียนจะอ่านไม่ออก  เขียนไม่ได้  คิดไม่เป็นก็ตาม  ตรงนี้ต้องยอมรับความจริงว่าเด็กไทยส่วนใหญ่ไม่ชอบเรียน  เพราะไม่ง่ายอย่างที่คิดและเด็กไทยขาดคุณสมบัติที่สำคัญ คือ  ขาดการใฝ่รู้  สู้สิ่งยาก  เช่นนักเรียนระดับชั้น ม.3  ในโรงเรียนมี  10  ห้อง  จะมีห้องที่พอจะเรียนได้และทำตามการเรียนรู้ในรูปแบบของการปฏิรูปการศึกษาจะมีไม่เกิน  2  ห้องเรียน  ที่เหลือก็เป็นอย่างที่เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้  เด็กจะไม่เรียนและไม่พยายามเรียนรู้ในด้านวิชาการ  เพราะเด็กเกิดการเรียนรู้แล้วว่าสุดท้ายจะเรียนหรือไม่เรียนก็ตาม  ก็จะได้ผลการเรียนอย่างต่ำ  1  ก็คือผ่านนั่นเอง  เราจึงพบเห็นเด็กรุ่นใหม่จบชั้นสูงกว่าคนรุ่นก่อนๆแต่ไม่มีความรู้และทำอะไรไม่เป็น  ถามว่าครูผู้สอนพอใจกับผลผลิตเช่นนี้หรือ  คำตอบก็คือไม่  แต่ระบบการศึกษาในปัจจุบันทำให้ต้องเป็นอย่างนี้
            ด้านพฤติกรรม  คุณธรรม  จริยธรรม   สูญมลายหายไปจากโรงเรียนเกือบหมดสิ้นตั้งแต่มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน  ทำให้ครูแตะต้องเด็กไม่ได้  ครูทุกวันนี้ดุด่าว่ากล่าวนักเรียนเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้เลย  การลงโทษนักเรียนที่ทำผิดทำได้อย่างเดียว คือว่ากล่าวตักเตือน( หากเด็กไทยส่วนใหญ่เข้าใจและเชื่อฟังการอบรมของครูเหมือนอย่างที่ใครๆคาดหวัง  ประเทศไทยก้าวหน้าไปนานแล้วครับ)  อย่างอื่นที่ครูรุ่นก่อนเคยใช้  เคยทำ   ทุกวันนี้ทำไม่ได้  หากขืนทำไป  ครูนั่นแหละจะผิดและถูกฟ้องเอาเรื่องจากผู้ปกครอง   จึงเป็นเหตุให้ครูทุกวันนี้ใส่ใจดูแลและกวดขันเด็กให้อยู่ในกรอบน้อยลง  เพราะหากเกิดการผิดพลาดขึ้นมาก็จะเป็นเรื่องขึ้น  แต่เป็นเรื่องระหว่างครูคนนั้นกับนักเรียนและผู้ปกครอง  โรงเรียนไม่เกี่ยว(ฮา)
             สภาพสังคมไทยในทุกวันนี้ต้องยอมรับความจริงกันอีกว่าการทำมาหากินอะไรก็ตามหากมีกลุ่มเด็กเป็นกลุ่มเป้าหมาย  กิจการนั้นโอกาสที่จะไม่ประสบความสำเร็จมีน้อยมาก  เราจึงเห็นอะไรแปลกๆเกิดขื้นกับเด็กไทยมากมายจากการชี้นำของสังคม    แล้วเรายังจะใจจืดใจดำที่จะโยนปัญหาเกี่ยวกับเด็กให้ครูเป็นผู้แก้ไขโดยไม่มีคนอื่นๆเข้ามาช่วยเลยหรือครับ
                                                                                          ด้วยความนับถือ
                                                                                                  ครู คศ.2 
ตอบ
เกณฑ์การเรียนเมื่อก่อนต้องผ่าน 50 เปอร์เซ็นต์  ส่งผลให้เด็กนักเรียนในสมัยก่อนขี้ริ้วขี้เหร่ที่สุดต้องสอบผ่านกฎเหล็กที่กระทรวงวางไว้  เด็กในยุคก่อนจึงเข้มแข็งกว่าเด็กยุคนี้หลายสิบเท่า  จุดที่ผมยกมาพูดถึงบ่อยคือ  บทลงโทษ  ของครูที่มีต่อลูกศิษย์ทำได้แค่ว่ากล่าวตักเตือน  สมัยเราเรียนประถม  หรือมัธยม  ทำผิดครูจะลงโทษตีด้วยไม้หวาย  ฟาดก้นหน้าเสาธง  บางคนเจอเข้าไปเลือดซิบ  แต่ปัจจุบันแค่คุณครูเอาไม้บรรทัดเคาะเบาๆคุณผู้ปกครองบุกไปเอาเรื่องครู  แบบนี้ใครจะกล้าเสี่ยง  เด็กทุกวันนี้เสียผู้เสียคนเพราะผู้ปกครองนั้นแหละตัวดีที่สุด