เมื่อครั้งเปิดร้านยามหาวิทยาลัยใหม่ๆ เราได้รับมอบหมายให้ไปอยู่เวรที่ร้านยา วันนั้นเป็นเวลาประมาณทุ่มกว่าๆ มีพี่ที่ขายผลไม้ที่โต้รุ่งวิ่งเข้ามนร้านด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เนื่องจากโดนมีดปอกผลไม้บาด และพี่บอกว่าเป็นเบาหวาน ตอนนั้นก็ตกใจมากเหมือนกันและคิดว่าเป็นหน้าที่ของเภสัชกรในร้านยาหรือไม่ ในการทำแผล แต่เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉิน และมีเลือดออกมากพอสมควร จึงรีบใส่ถุงมือ และห้ามเลือดคนไข้ก่อนโดยใช้ผ้ากอซกดไว้ จนเลือดหยุดไหล และใช้น้ำเกลือ และ povidine ล้างแผลแล้วทำการปิดแผลให้เรียบร้อย จากนั้นจ่ายยา cloxacillin (500) 1x4 ac&hs และ para (500) 2 tab prn และมอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ล้างแผลให้ไปทำแผลอีกเช้าและเย็น หลังจากนั้นเมื่อไปซื้อผลไม้ที่ร้านพี่เค้าอีก 1 สัปดาห์ก็ได้สอบถามเรื่องแผลอีกครั้ง พบว่า แผลหายดีแล้ว
สรุป สิ่งที่ประทับใจคือ เภสัชกรในร้านยาสามารถเป็นที่พึ่งให้ประชาชนยามฉุกเฉิน และประชาชนก็คิดถึงเราก่อนใคร
ถูกต้องแล้วครับ อาจารย์
เวลาแบบนั้นคงไม่ต้องนึกถึงหน้าที่ทางวิชาชีพแล้ว คงต้องนึกถึงหน้าที่ความเป็นพลเมืองดีและเพื่อนร่วมโลกและสังคมเดียวกัน
ขอแสดงความนับถือครับ
ขอบคุณค่ะ ที่ช่วยให้กำลังใจ และยินดีที่รู้จัก ตอนนี้ร้านยาเรากำลังทำ KM เพื่อให้มีการบริการประทับใจ และ concept ใกล้บ้านใกล้ใจ เป็นจริง ถ้ามีประสบการณ์อะไรดีๆ ในร้านยา ช่วยเล่าให้ฟังด้วยนะคะ จะได้ช่วยกันทำให้ร้านยาเป็นที่พึ่งของชุมชนได้มากกว่านี้ค่ะ
ไว้คงได้แลกเปลี่ยนกันนะครับ
ขอบคุณครับ
ชอบ ค่ะ